Krungthep Turakij
‘คอนโด’ แห่ขายบิ๊กล็อตต่างชาติ เปลี่ยนสต็อกกำเงินสด ฝ่าวิกฤติปฎิเสธสินเชื่อพุ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แข่งขันกันสะสมแลนด์แบงก์ เปิดโครงการใหม่ เพื่อเร่งสร้างยอดขาย แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อหดหาย สิ่งที่เคยถูกบันทึกเป็น “สินทรัพย์” ในงบดุล กำลังกลายเป็น “ภาระ” ที่แบกต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นทุกวัน
Key facts
- ให้เอเจนต์และนักลงทุนต่างชาติ ยอมหั่นราคาลง 30% เพื่อแลกกับสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ กระแสเงินสด!
- อีกด้านหนึ่ง ตลาดคอนโดมิเนียมกำลังปรับตัวเข้าหากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น ข้อมูลตลาดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 พบว่า มีคอนโดเปิดตัวใหม่เพียง 9,501 ยูนิต ขณะที่ ทั้งปีคาดว่าจะเปิดใหม่เพียง 17,000-20,000 ยูนิต
- ภาพการขายคอนโดยกล็อตในปี 2569 ไม่ใช่เพียงยุทธวิธีระบายสต็อก หากสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างชัดเจน เมื่อกำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวช้า การเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น และต้นทุนการถือครองสินทรัพย์สูงขึ้น
- ปัจจุบันหลายโครงการยอมลดราคาสูงถึง 20-30% จากราคาขายปกติ เพื่อจูงใจนักลงทุนรายใหญ่เข้าซื้อ
- โมเดลดังกล่าวสามารถสร้างกำไรเฉลี่ย 15% ต่อดีล และสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ได้สูงถึง 50% หากสามารถขายต่อได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่ เพราะบริษัทมีเวลา 6-8 เดือน ในการระบายห้องชุดทั้งหมด
Summary
ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยไตรมาสแรกปี 2569 ประเทศไทยมีที่อยู่อาศัยรอขายสะสม 590,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน สูงกว่าปริมาณการโอนกรรมสิทธิ์เกือบ 2 เท่า และคาดการณ์ว่าจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมทั่วประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 4.5% แตะระดับกว่า 610,000 หน่วยภายในสิ้นปีนี้
ยิ่งสต็อกค้างนาน ต้นทุนดอกเบี้ย ค่าบริหารโครงการ และภาระหนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้โจทย์ของดีเวลลอปเปอร์ในปีนี้ไม่ใช่ “ขายให้ได้กำไรสูงสุด” แต่คือ “เปลี่ยนสต็อกให้กลายเป็นเงินสดให้เร็วที่สุด” ผู้ประกอบการจึงต้องเปลี่ยนเกมจากการรอผู้ซื้อรายย่อย สู่การขาย “บิ๊กล็อต” ให้เอเจนต์และนักลงทุนต่างชาติ ยอมหั่นราคาลง 30% เพื่อแลกกับสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ กระแสเงินสด!
อีกด้านหนึ่ง ตลาดคอนโดมิเนียมกำลังปรับตัวเข้าหากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น ข้อมูลตลาดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 พบว่า มีคอนโดเปิดตัวใหม่เพียง 9,501 ยูนิต ขณะที่ ทั้งปีคาดว่าจะเปิดใหม่เพียง 17,000-20,000 ยูนิต ต่ำกว่าช่วงหลายปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ แม้จำนวนโครงการใหม่ “ลดลง” แต่ราคาเฉลี่ยกลับทำสถิติสูงสุดหลังโควิด อยู่ที่ 150,420 บาท ต่อตารางเมตร เนื่องจากผู้ประกอบการเลือกพัฒนาเฉพาะทำเลใจกลางเมืองและแนวรถไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง