Krungthep Turakij
‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
“กฤษฎางค์” ทนายความสิทธิมนุษยชน ชี้สภาฯ ปิดช่องไม่นิรโทษฯ ม.112 เป็นการนิรโทษฯ เลือกข้าง ปล่อยคนรุ่นใหม่สู้คดียากขึ้น เตรียมใช้แคมเปญ 50 ปี 6 ตุลา 19 ล่าชื่อภาคประชาชนเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ล้างผลพวงรัฐประหาร ลดโทษ ม.112
Key facts
- เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 นายก ฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรยืนตามวุฒิสภาโดยเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีการปิดช่องไม่ให้นิรโทษกรรม ประมวลกฎหมายอาญา
- ไม่ได้มีผลอะไรต่อเยาวชนที่กระทำผิดตามมาตรา112 อีกทั้งยังเป็นการนิรโทษกรรมเลือกข้าง แตกต่างจากสมัยเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ที่เคยมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 อย่างสิ้นเชิง
- เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จะคืนความสามัคคีได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ระบุว่า กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่กระทำผิดมาตรา112 รวมทั้งได้ลี้ภัยทางการเมือง กลุ่มเหล่านี้ญาติเขายังมีชีวิต ซึ่งเหมือนเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519
- ขณะเดียวกัน นายกฤษฎางค์ ยังกล่าวถึง แคมเปญในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ต.ค. 2519 ที่มีการรณรงค์ลบล้างรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 ที่มีการล่าชื่อภาคประชาชนในการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 ที่มีการเพิ่มโทษความผิดมาตรา112 ว่า
- นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า 6 ต.ค.2519 มีข้อกล่าวหาที่เกิดตามมาตรา 112 ทั้งที่ก่อนรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 โทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี เมื่อมีการรัฐประหาร พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะรัฐประหารได้ออกคำสั่ง
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญรณรงค์ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหาร ฉบับที่ 41 มรดกจาก 6 ตุลา 2519 ที่เพิ่มโทษขั้นต่ำของมาตรา 112 และทำให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกหนักขึ้น จากการใช้สิทธิเสรีภาพ ผ่าน
Summary
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 นายก ฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรยืนตามวุฒิสภาโดยเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีการปิดช่องไม่ให้นิรโทษกรรม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 และไม่ให้ลบล้างความผิดของเยาวชนอายุต่ำกว่า18 ปีที่กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า การผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้มีผลอะไรต่อเยาวชนที่กระทำผิดตามมาตรา112 อีกทั้งยังเป็นการนิรโทษกรรมเลือกข้าง แตกต่างจากสมัยเหตุการณ์ 6 ต.ค.
“คดีมาตรา112 มีคนลี้ภัยทางการเมือง มีคนรุ่นใหม่อดอาหารจนเสียชีวิต ขณะที่ นายอานนท์ นำภา จบเนติบัณฑิตก็ต้องมาถูกติดคุกในคดีมาตรา 112 ทั้งที่น่าจะออกมาทำประโยชน์ให้ประเทศมากกว่า ปัญหาหลักน่าจะอยู่ความคิดไม่ตรงกันมากกว่า ทั้งนี้การปฏิรูปสถาบันนั้น ผมไม่ได้บอกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ถ้าคดีมาตรา112 มีการให้อภัย ยกเลิกกันได้ ถ้ามีการทำผิดค่อยมาว่าอีกที จะทำให้สถานภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความเข้าใจระหว่างประเทศเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของประเทศไทยดีขึ้น”
แต่สมัยหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเห็นว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2519 พ.ศ.2521 โดยเห็นว่าความผิดที่เกิดจากเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งหวังดีต่อชาติแต่ยังขาดประสบการณ์ หากยังต้องต่อสู้คดีกันพิจารณายืดเยื้อต่อไปก็จะไม่แล้วเสร็จ พล.อ.เกรียงศักดิ์ จึงเสนอให้นิรโทษกรรม และมีการปล่อยนายสุธรรม แสงประทุม