Matichon
วุฒิสภาสหรัฐ หนุนร่างกฎหมายสั่ง ‘ทรัมป์’ ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายที่สั่งการให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน ซึ่งถือเป็นการที่รัฐสภาออกมาแสดงความไม่พอใจครั้งล่าสุดต่อประธานาธิบดีทรัมป์
Key facts
- สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายที่สั่งการให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน
- มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐของทรัมป์ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อชดเชยพันธมิตรทางการเมืองที่ทรัมป์อ้างว่าถูกหน่วยงานของรัฐบาลกลางเพ่งเล็ง และยังขัดขวางร่างกฎหมายมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์
- ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การลงมตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง เกี่ยวกับความขัดแย้งที่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน
- แม้ว่าการลงมตินี้อาจจะเป็นเพียงแค่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็ถือเป็นความพ่ายแพ้สำหรับทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จากสมาชิกพรรครีพับลิกันในรัฐสภามาโดยตลอด
Summary
ทั้งนี้ วุฒิสภาได้ลงคะแนนเสียง 50 ต่อ 48 เสียง เห็นชอบมติอำนาจการทำสงครามดังกล่าว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การลงมตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง เกี่ยวกับความขัดแย้งที่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ข่าวระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองสภาของรัฐสภาสหรัฐ คือทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้ผ่านมติสั่งการให้ประธานาธิบดีสหรัฐ ถอนกำลังทหารของสหรัฐออกจากการสู้รบ ตั้งแต่มีการตรากฎหมายมติอำนาจการทำสงคราม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ พระราชบัญญัติอำนาจการทำสงคราม ปี 1973
ทั้งนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของ รอยเตอร์/อิปซอส ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ที่เชื่อว่าสงครามกับอิหร่านครั้งนี้คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องสูญเสียไป และประชาชนส่วนใหญ่ยังกังวลว่า การพักรบหรือการสงบศึกกับรัฐบาลอิหร่านนั้น ไม่น่าจะคงอยู่ได้ยาวนาน