Kaohoon
KTB จับตา เฟด-ตะวันออกกลาง ชี้ทิศทางบอนด์ยีลด์-เงินบาทยังผันผวน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวบริเวณ 4.50% แม้ตลาดจะให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม อย่างไรก็ตาม บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินและราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ได้ช่วยชะลอการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวผ่านแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง
Key facts
- นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวบริเวณ 4.50% แม้ตลาดจะให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
- ในส่วนของค่าเงินบาท ยังคงมุมมองว่าเงินบาทเผชิญความเสี่ยงผันผวนสองด้านในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้เงินบาทยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ แต่การอ่อนค่าที่เกิดขึ้นถือว่าสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
- นอกจากนี้ ทิศทางเงินบาทในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม AI และ Semiconductor ทั่วโลก หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้
Summary
ทั้งนี้ มองว่าทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐยังมีความเสี่ยงทั้งขาขึ้นและขาลง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในระยะต่อไป พร้อมคงคำแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐและไทย โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% เนื่องจากประเมินว่า FED มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ยในปี 2570 หากเงินเฟ้อไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ทิศทางเงินบาทในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม AI และ Semiconductor ทั่วโลก หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้ แต่หากเกิดแรงขายหุ้นกลุ่มดังกล่าวต่อเนื่อง เงินบาทอาจยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า โดย KTB ยังคงมุมมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าหรือแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน