Krungthep Turakij
‘บลจ.บัวหลวง’สปีดควบรวม ลุ้น‘เอยูเอ็ม’แตะล้านล้านบาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง หรือ BBLAM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทคาดหวังสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) หากรวมทั้ง บลจ. บัวหลวง และบลจ.บางกอกแคปปิตอลแตะ 1 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันทั้งสองบริษัท มี AUM รวมกันที่ 9.98 แสนล้านบาท โดยมี AUM เฉพาะกองทุนรวมที่ 8.47 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 4 ของทั้งภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนและกองทุนรวม
Key facts
- 6 กลุ่มหุ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสินทรัพย์ทางเลือก อย่างทองคำ แนะสะสมทองคำในพอร์ต 5-10% และการปรับพอร์ตตามธีม Megatrend อย่าง AI และ Supply Chain
- ช่วง 6 เดือนข้างหน้า ว่า ดัชนีหุ้นไทยอัปไซด์จำกัด สิ้นปีนี้ที่ 1,580-1,600 จุด EPS 88-89 บาทต่อหุ้น P/E 16 เท่า และปีหน้าขยับขึ้นไปถึง1,630 จุด EPS 100 บาทต่อหุ้น P/E 16 เท่า ส่วนโอกาสที่ดัชนีฯ จะไปถึง 1,800 จุดนั้น มองว่ายังยากในปีนี้
- ขณะเดียวกัน ในครึ่งปีหลังบริษัทยังมุ่งพัฒนากองทุนใหม่คาดว่าจะเปิดเสนอขายได้ช่วงเดือนก.ค. นี้ และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจผ่านช่องทางธนาคารกรุงเทพ (BBL) มุ่งเน้นไปที่การหาโอกาสในการลงทุนให้กับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด
- นักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้รักตลาดหุ้นไทย แต่เริ่มขายน้อยลง มองตลาดหุ้นไทยและสิงคโปร์มีความคล้ายกันคือเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเงินปันผล ปัจจัยที่จะทำให้เงินไหลเข้าไทยอย่างจริงจังคือ ค่าเงินดอลลาร์ต้องเริ่มอ่อนค่า และราคาน้ำมันเปลี่ยนทิศทาง”
Summary
พร้อมกันนี้ แนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) หลังจากนี้ นายอิสระ กล่าวว่า แนวโน้มยังเป็นทิศทางไหลเข้าบางส่วน ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายหุ้นไทยน้อยลง แต่ยังไม่ได้กลับมาซื้อเต็มตัว โดยไทยถูกเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียที่มีปัญหา ทำให้มีเงินบางส่วนไหลเข้าไทยบ้าง
สำหรับกระบวนการในการควบรวมทั้งสองบริษัทคาดว่า จะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะนี้กระบวนการอยู่ระหว่างการขออนุมัติทางการ หากได้รับการอนุมัติแล้วจะเร่งดำเนินการต่างๆ โดยเร็วที่สุด
“ปัจจุบันเริ่มเห็นผลกระทบของเงินเฟ้อรอบที่สอง ในหลายประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระมัดระวังมากกว่ารอบแรก คาดเฟดอาจเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือนก.ย.นี้ ตามการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่ตลาดพันธบัตรเริ่มคงตัว และรับรู้ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยไปมากแล้วในระยะกลางถึงยาว คาดว่า ดอกเบี้ยไทย น่าจะทรงตัวในการประชุมกนง.รอบนี้เพื่อรอดูสัญญาณทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจ”