Matichon
ไทย-อิตาลี เร่งผลักดัน MOU ด้านแรงงาน หวังเปิดทางคนไทยเข้าถึงตลาดงานยุโรป ถูกกฎหมาย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุดนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E.
Key facts
- เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุดนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
- ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree
- ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี เพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
- ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ไทยยังได้แสดงความสนใจศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิคและระบบการศึกษาทวิภาคีของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจและสถานประกอบการ
Summary
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุดนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E.
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย และเป็นช่องทางที่เอื้อต่อการจ้างแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวด้วยว่า จากการหารือระหว่างกระทรวงแรงงานไทยกับเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ฝ่ายอิตาลีได้แสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000-30,000 คนต่อปี ในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026-2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานจากประเทศนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานคุณภาพในยุโรปได้มากขึ้นในอนาคต
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวด้วยว่า หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดแรงงานสำคัญของคนไทยในยุโรป ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานของแรงงานไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะแหล่งแรงงานคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าในระดับสากลอีกด้วย