Khaosod
อนุทิน เตรียมถก กรอ. 22 มิ.ย. ผลักดัน 4 วาระ เปลี่ยนโฉมประเทศไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
จับตานายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. รัฐ – เอกชน ผลักดัน 4 วาระใหญ่ เปลี่ยนโฉมประเทศไทย รองรับความเสี่ยง และการพัฒนาในอนาคต
Key facts
- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. 2569 นี้ เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก
- จับตานายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. รัฐ – เอกชน ผลักดัน 4 วาระใหญ่ เปลี่ยนโฉมประเทศไทย รองรับความเสี่ยง และการพัฒนาในอนาคต
- พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ Thailand Fast Pass ที่พิสูจน์แล้วว่าการแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบสามารถช่วยส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันที่ 23 มิ.ย. 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการ
- รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.คมนาคม รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รมว.พลังงาน รมว.พาณิชย์ รมว.อุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
Summary
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. 2569 นี้ เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก โดยเตรียมหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลและผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับเจ้าสัว เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา
การจัดตั้ง กรอ. ดังกล่าว ถือเป็นกลไกสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ มีเป้าหมายการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ส่วนการขับเคลื่อนประเทศภายใต้ กรอ. ในระยะต่อไป นายเอกนิติ ยอมรับว่า จะมีการจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลักๆ ประกอบด้วยคณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 3-4 ปี