European Union · Matichon
พลิกเกมเจรจาภาษีทรัมป์! ‘อลงกรณ์’ แนะ 3 แนวทาง เปลี่ยนข้าวโพด GMO เป็นทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับนโยบายการจัดสรรโควตานำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบรรเทามาตรการภาษีตามมาตรา 301 (Section 301) ของสหรัฐฯ ว่า เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทยและอาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว
Key facts
- อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเกือบ 3 ปี และมีประสบการณ์เจรจากับ USTR EU AEC และร่วมเวทีเจรจาในเวที APEC ระบุว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ มีมูลค่าทางการค้าเพียงประมาณ 7,000 ถึง 8,000
- ซึ่งใช้มาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อนอย่างเข้มงวด (Zero-Tolerance Policy) โดยปัจจุบันมูลค่าการส่งออกไก่แปรรูปและอาหารแช่แข็งของไทยไปยังทั้งสองตลาดนี้ มีมูลค่าสูงถึง 100,000 ถึง 140,000 ล้านบาทต่อปี
- การดำเนินนโยบายการทูตพาณิชย์ของประเทศไทยในระเบียบเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน จำเป็นต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน การรักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและปลอด GMO เพื่อปกป้องตลาดส่งออกมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท
- ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ประมาณ 9 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตในประเทศอยู่ที่ 5 ล้านตันต่อปี โดยที่ผ่านมาไทยบริหารจัดการส่วนขาด 4 ล้านตัน ผ่านการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา)
- นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่าเพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมไทย และสร้างข้อตกลงที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win ) รัฐบาลควรปรับกรอบการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ก่อนเส้นตายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยมี 3 แนวทางให้รัฐบาลพิจารณา
- นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับนโยบายการจัดสรรโควตานำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)
Summary
อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเกือบ 3 ปี และมีประสบการณ์เจรจากับ USTR EU AEC และร่วมเวทีเจรจาในเวที APEC ระบุว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ มีมูลค่าทางการค้าเพียงประมาณ 7,000 ถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี แต่หากเกิดการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ GMO เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตอาหารปศุสัตว์ อาทิ ไก่เนื้อ หรือสุกร จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดส่งออกหลักอย่างสหภาพยุโรป (EU) และญี่ปุ่น
ซึ่งใช้มาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อนอย่างเข้มงวด (Zero-Tolerance Policy) โดยปัจจุบันมูลค่าการส่งออกไก่แปรรูปและอาหารแช่แข็งของไทยไปยังทั้งสองตลาดนี้ มีมูลค่าสูงถึง 100,000 ถึง 140,000 ล้านบาทต่อปี การนำเสถียรภาพของตลาดส่งออกมูลค่าแสนล้านบาทไปผูกโยงกับเงื่อนไขนำเข้าหลักพันล้าน จึงเป็นความเสี่ยงทางการค้าที่ไม่สมควรเสี่ยง
นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่าเพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมไทย และสร้างข้อตกลงที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win ) รัฐบาลควรปรับกรอบการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ก่อนเส้นตายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยมี 3 แนวทางให้รัฐบาลพิจารณา