← Back to KHAO

อาหารสุขภาพ-พร้อมกิน เกมใหม่ส่งออกไทยฝ่าต้นทุนแพง

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา

ตลาดอาหารแปรรูปไทยในปี 2569 ไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ต้นทุนวัตถุดิบ แพ็กเกจจิ้ง และค่าขนส่งที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว จากเดิมนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปแบบเดิม ไปสู่สินค้า “พร้อมปรุง-พร้อมกิน” ที่ลดขั้นตอนชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันสุขภาพกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่อาหารไฟเบอร์สูง ลดโซเดียม ลดนํ้าตาล ไปจนถึงอาหารเฉพาะบุคคล

Key facts

Summary

ปัจจุบันบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับกลุ่ม Ready to Cook และ Ready to Eat มากขึ้น โดย Ready to Cook คือสินค้าที่ผู้บริโภคหรือร้านอาหารสามารถนำไปปรุงต่อได้ทันที ไม่ต้องล้าง หั่น หรือตัดแต่งเพิ่มเติม ส่วน Ready to Eat คือสินค้าที่ฉีกซอง เข้าไมโครเวฟ และรับประทานได้เลย นอกจากนี้กลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่มก็เป็นอีกแนวทางที่เริ่มตอบโจทย์ร้านอาหาร บาร์ และผู้ให้บริการฟู้ดเซอร์วิส สอดคล้องกับการปรับสินค้าให้เข้ากับรูปแบบการบริโภคใหม่ ๆ โดยบริษัทมีการทดลองสินค้าใหม่ทุกปี

“ตลาดสหรัฐผมมองว่าเริ่มกลับมานิ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าตกใจจากประเด็นภาษี และมีการเร่งสั่งซื้อก่อนการปรับภาษี จากนั้นคำสั่งซื้อกดลงมาบ้าง ก่อนเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ตลาดเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น โดยภาษีที่เคยอยู่ระดับ 19% ขณะนี้ในหลายประเทศลดเหลือ 10% ตามมาตรการที่สหรัฐใช้กับหลายประเทศทั่วโลก”

กลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ดมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะพืชและวัตถุดิบไทยหลายชนิดมีไฟเบอร์ หรือสารสำคัญตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการวิจัยและพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าอยู่ในระดับที่สามารถเคลมได้ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลักดันการจัดทำ Positive List สำหรับสารสำคัญในอาหาร โดย อย.ให้คำมั่นว่าจะทำ 150 รายการภายใน 3 ปี ปีแรกทำได้ 4 รายการ และคาดว่าปีนี้อาจได้เกือบ 50 รายการ

Read full article at Prachachat →