Prachachat
อาหารสุขภาพ-พร้อมกิน เกมใหม่ส่งออกไทยฝ่าต้นทุนแพง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดอาหารแปรรูปไทยในปี 2569 ไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ต้นทุนวัตถุดิบ แพ็กเกจจิ้ง และค่าขนส่งที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว จากเดิมนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปแบบเดิม ไปสู่สินค้า “พร้อมปรุง-พร้อมกิน” ที่ลดขั้นตอนชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันสุขภาพกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่อาหารไฟเบอร์สูง ลดโซเดียม ลดนํ้าตาล ไปจนถึงอาหารเฉพาะบุคคล
Key facts
- ปีที่ผ่านมากลุ่มฟิวเจอร์ฟู้ดเติบโตประมาณ 7% สวนทางกับอาหารทั่วไปที่ยอดส่งออกลดลงเกือบ 10% โดยมูลค่าฟิวเจอร์ฟู้ดอยู่ที่กว่า 1.5 แสนล้านบาท หรือมากกว่า 10% ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมด 1.6 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนขึ้นเรื่อย ๆ จาก
- ตลาดอาหารแปรรูปไทยในปี 2569 ไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ต้นทุนวัตถุดิบ แพ็กเกจจิ้ง และค่าขนส่งที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว จากเดิมนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปแบบเดิม ไปสู่สินค้า
- ตลาดสหรัฐผมมองว่าเริ่มกลับมานิ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าตกใจจากประเด็นภาษี และมีการเร่งสั่งซื้อก่อนการปรับภาษี จากนั้นคำสั่งซื้อกดลงมาบ้าง ก่อนเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ตลาดเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น โดยภาษีที่เคยอยู่ระดับ 19%
- แรงกดดันด้านต้นทุนเป็นโจทย์ใหญ่ในปีนี้ โดยต้นทุนเฉลี่ยขยับขึ้นตั้งแต่ 3-15% แตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า สาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งทั้งในประเทศและทางเรือ รวมถึงต้นทุนแพ็กเกจจิ้ง เช่น กล่องกระดาษ พลาสติก และกระป๋อง
- ลูกค้าเคยซื้อแพ็ก 500 กรัม แต่ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เราอาจเสนอ 250-300 กรัม เพื่อไม่ให้ระดับราคาพุ่งเกินไป เพราะต้นทุนขึ้นหมด ตลาดใหม่จริง ๆ ไม่ค่อยมีแล้ว มีแต่ตลาดเก่าที่เราต้องปรับแพ็กเกจจิ้ง หรือวิธีผลิตให้ตอบโจทย์มากขึ้น”
Summary
ปัจจุบันบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับกลุ่ม Ready to Cook และ Ready to Eat มากขึ้น โดย Ready to Cook คือสินค้าที่ผู้บริโภคหรือร้านอาหารสามารถนำไปปรุงต่อได้ทันที ไม่ต้องล้าง หั่น หรือตัดแต่งเพิ่มเติม ส่วน Ready to Eat คือสินค้าที่ฉีกซอง เข้าไมโครเวฟ และรับประทานได้เลย นอกจากนี้กลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่มก็เป็นอีกแนวทางที่เริ่มตอบโจทย์ร้านอาหาร บาร์ และผู้ให้บริการฟู้ดเซอร์วิส สอดคล้องกับการปรับสินค้าให้เข้ากับรูปแบบการบริโภคใหม่ ๆ โดยบริษัทมีการทดลองสินค้าใหม่ทุกปี
“ตลาดสหรัฐผมมองว่าเริ่มกลับมานิ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าตกใจจากประเด็นภาษี และมีการเร่งสั่งซื้อก่อนการปรับภาษี จากนั้นคำสั่งซื้อกดลงมาบ้าง ก่อนเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ตลาดเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น โดยภาษีที่เคยอยู่ระดับ 19% ขณะนี้ในหลายประเทศลดเหลือ 10% ตามมาตรการที่สหรัฐใช้กับหลายประเทศทั่วโลก”
กลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ดมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะพืชและวัตถุดิบไทยหลายชนิดมีไฟเบอร์ หรือสารสำคัญตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการวิจัยและพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าอยู่ในระดับที่สามารถเคลมได้ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลักดันการจัดทำ Positive List สำหรับสารสำคัญในอาหาร โดย อย.ให้คำมั่นว่าจะทำ 150 รายการภายใน 3 ปี ปีแรกทำได้ 4 รายการ และคาดว่าปีนี้อาจได้เกือบ 50 รายการ