The Standard
นายกฯ เตรียมเปิดงาน ‘Thailand FastPass’ ปลดล็อกกฎหมาย เร่งรัดการลงทุนสะสมทะลุ 2.2 แสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันนี้ (20 มิถุนายน) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมด้วย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ
Key facts
- วันนี้ (20 มิถุนายน) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand FastPass
- เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ Thailand FastPass เป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของรัฐบาลในการปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายและการลงทุน ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการ BOI Fast
- ส่งผลบวกโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มทุนต่างชาติ สอดคล้องกับผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจชั้นนำระดับโลก (IMD) ที่ระบุว่า ด้านการส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment) ของประเทศไทย
Summary
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ Thailand FastPass เป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของรัฐบาลในการปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายและการลงทุน ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการ BOI Fast Pass ในอดีต โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดว่า การปรับปรุงและกระชับกระบวนการอนุมัติอนุญาตของภาครัฐ ผ่านการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สามารถกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ
การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกดังกล่าว ส่งผลบวกโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มทุนต่างชาติ สอดคล้องกับผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจชั้นนำระดับโลก (IMD) ที่ระบุว่า ด้านการส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment) ของประเทศไทย ขยับตัวดีขึ้นถึง 6 อันดับ โดยปรับขึ้นจากอันดับที่ 30 มาอยู่ที่อันดับ 24 ในปัจจุบัน สำหรับแผนงานในระยะต่อไป รัฐบาลเตรียมนำแนวทางในลักษณะนี้ไปหารือร่วมกับภาคเอกชนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กรอ.)
และกลุ่มสุดท้ายอีก 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ที่ยังอยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขข้อติดขัดและอุปสรรคเชิงเทคนิค ทั้งในด้านการจัดหาพลังงานไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งรัฐบาลคาดการณ์ว่า หากสามารถปลดล็อกปัญหาในกลุ่มสุดท้ายได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงเติมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอีกประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570 วงเงินจำกัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดยั่งยืน