The Standard
นายกฯ จะเบรกหรือลอยตัว? พรรคประชาชนเปิดหลักฐานใหม่โครงการ TH-AI Passport ส่อทุจริตล็อกสเปค
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาชน แถลงผลสรุปข้อเสนอและความเห็นเกี่ยวกับข้อพิรุธในโครงการ TH-AI passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยระบุว่า พบหลักฐานการจัดทำโครงการและกำหนดรายละเอียดทีโออาร์ (TOR) ล่วงก่อนการประมูล รวมถึงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ซึ่งพรรคประชาชนเตรียมนำหลักฐานเข้ายื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Key facts
- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาชน แถลงผลสรุปข้อเสนอและความเห็นเกี่ยวกับข้อพิรุธในโครงการ TH-AI passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยระบุว่า พบหลักฐานการจัดทำโครงการและกำหนดรายละเอียดทีโออาร์ (TOR) ล่วงก่อนการประมูล
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ข้อมูลที่จะนำเสนอชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ทับซ้อนและการทำธุรกิจการเมืองของฝั่งรัฐบาล โดยตั้งข้อสังเกตและข้อพิรุธหลัก 3 ประการ
- หัวหน้าพรรคประชาชนย้ำว่า งบประมาณในกองทุนดีอีจำนวน 1,600 ล้านบาท เป็นเงินนอกงบประมาณจำนวนมหาศาลที่สามารถนำไปสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ให้กลุ่มสตาร์ทอัพได้ดีกว่านี้
- ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอแนวทางหากมีการยุบโครงการ TH-AI Passport ว่า ควรนำงบประมาณ 1,600 ล้านบาท กลับมาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและผู้ประกอบการ AI ในประเทศไทยที่มีอยู่แล้วหลายราย ส่วน AI
- นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบเอกสารรายละเอียดโครงการที่เคยเสนอต่อ ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พบความเปลี่ยนแปลงสำคัญเปรียบเทียบกับเอกสารประชาพิจารณ์ทีโออาร์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยกรอบเวลาลงทะเบียนลดลงจาก 90 วันเหลือ 30 วัน
- ข้อมูลสไลด์ของบริษัทอักษรย่อ B ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 มีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการอย่างชัดเจน ก่อนที่จะมีการเปิดทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 และเปิดประมูลปลายเดือนธันวาคม 2568
Summary
โครงการนี้มีลักษณะการดำเนินงานที่เสร็จสิ้นก่อนการประมูลจริง แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่เคยเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ทั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ระบุว่าให้ความสำคัญกับประเด็นนี้
โครงการในลักษณะนี้ไม่ได้มีเพียงโครงการเดียว แต่มีมูลค่ารวมในระบบกว่า 10,000 ล้านบาท ที่ดำเนินการผ่านขบวนการที่มีความสัมพันธ์ส่วนบุคคล นำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจการเมือง
ธีระชาติ ต่อตระกูล ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคว่า ทีโออาร์กำหนดให้ระบบรองรับการใช้งานได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ปลัดกระทรวงดีอีกลับชี้แจงว่ารองรับได้ 5 ล้านคนต่อวินาที แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนตัวเลขตามใจชอบ อีกทั้งโครงการมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทนี้ กำหนดกรอบเวลาให้ประชาชนลงทะเบียนภายใน 30 วัน ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้จริง