Thairath
ผู้ประกอบการร้านอาหารSME วอน นายกฯเห็นใจให้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
ผู้ประกอบการร้านอาหารSME โอดกลางวงประชุม ครม.เงา “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำยอดขายตกประชาชนแห่ไปซื้อร้านค้าขนาดเล็ก วอน นายกฯเห็นใจขอเปิดให้เข้าร่วมโครงการหวังช่วยพยุงธุรกิจให้อยู่รอด
Key facts
- วันที่ 15 มิ.ย. 2569 หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ซึ่งวันนี้มีการพิจารณาในสามวาระ คือ ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารกลุ่มเอสเอ็มอี ปัญหาของผู้เลี้ยงกุ้งที่ถูกมาเลเซียสั่งไม่ให้นำเข้ากุ้งจากไทยและความคืบหน้าโครงการ Th-AI
- นายอิสริยะ ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลตั้งเป้าผู้ใช้สิทธิโครงการไว้ 30 ล้านคน แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 26 ล้านคน หรือยังเหลือสิทธิอีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ คิดเป็นวงเงินคงเหลือราว 16,000 ล้านบาท
- ผู้ประกอบการร้านอาหารSME โอดกลางวงประชุม ครม.เงา “ไทยช่วยไทยพลัส”
- นายวรันธร แดงใหญ่ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี กำลังเผชิญภาวะยากลำบากจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา
Summary
นายวรันธร แดงใหญ่ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี กำลังเผชิญภาวะยากลำบากจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับภาวะยอดขายลดลง
ซึ่งหลักเกณฑ์ของโครงการที่กำหนดให้เฉพาะร้านค้าที่เข้าเงื่อนไขบางประเภทสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยเฉพาะการพิจารณาจากรูปแบบการจดทะเบียนและยอดขาย ทำให้ร้านอาหารที่จดทะเบียนถูกต้องและอยู่ในระบบภาษีจำนวนมากถูกตัดสิทธิ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นกิจการขนาดใหญ่ โดยยกตัวอย่างว่าเกณฑ์ยอดขาย 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 5,000 บาทนั้น ไม่ได้สะท้อนขนาดธุรกิจที่แท้จริง เพราะร้านอาหารขนาดเล็กทั่วไปจำนวนมากก็มียอดขายเกินเกณฑ์ดังกล่าวได้ เมื่อประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ
นายอิสริยะ ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลตั้งเป้าผู้ใช้สิทธิโครงการไว้ 30 ล้านคน แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 26 ล้านคน หรือยังเหลือสิทธิอีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ คิดเป็นวงเงินคงเหลือราว 16,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลสามารถนำงบประมาณส่วนดังกล่าวมาสนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคลขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องได้ พร้อมทั้งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นในอนาคต