← Back to KHAO

ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

The Secret Sauce Business Weekend 2026 - ISAN

วันนี้ (13 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ (ชาวบ้านผู้ถือครองเอกสารสิทธิในพื้นที่) รับผิดชอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ส.ค.1 ( ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) ที่ปรากฏในหน้าสื่อได้อธิบายไปแล้ว แต่ก็ดูไม่อาจซับสติปัญญาในการรับรู้ได้สำหรับบางคน”

Key facts

Summary

ประเด็นที่สาม ศาลปกครองไม่ได้สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดทั้ง 995 แปลงทันที แต่ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และตามกระบวนการของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ซึ่งหมายความว่า ต้องสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย ตรวจสอบแนวเขต และพิจารณาเป็นรายแปลงว่าเอกสารสิทธิออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ คำว่า ‘มีอำนาจเพิกถอน’ จึงไม่ใช่คำเดียวกับ ‘ต้องเพิกถอนทันที’

ชนินทร์ ระบุว่า เห็นว่า การอ้างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2462 ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของราษฎรในพื้นที่พิพาทแม้แต่คนเดียว กับแบบแจ้งการครอบครองปี 2498 นั้น ยังไม่พอจะสรุปว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีกรรมสิทธิ์ครบทั้ง 5,083 ไร่เลย เพราะต้องพิสูจน์ต่อว่า พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลทางกฎหมายเพียงใด เป็นเพียงการกำหนดเขตเพื่อสร้างทางรถไฟหรือเป็นการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ และแนวเขตตามเอกสารนั้นครอบคลุมที่ดินแต่ละแปลงที่ถูกฟ้องในวันนี้จริงหรือไม่ ส่วน ส.ค.1 เป็นเพียงแบบแจ้งการครอบครอง

ประเด็นที่สอง การพูดว่า ‘ศาลฎีกาและศาลปกครองชี้หมดแล้ว กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอน’ เป็นการพูดเกินผลของคำพิพากษา เพราะคำพิพากษาย่อมต้องอ่านว่า ศาลวินิจฉัยกับคู่ความใด ที่ดินแปลงใด และสั่งให้เพิกถอนอะไรบ้าง ไม่ใช่เอาคำพิพากษาในคดีหนึ่งไปขยายผลว่าโฉนดทุกแปลงในพื้นที่ 5,083 ไร่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความเดิม ยังมีสิทธิพิสูจน์สิทธิที่ดีกว่า หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่แตกต่างได้ตามหลักวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 (วนอีกแล้ว)

Read full article at The Standard →