Nation TV
“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passportt กาง 5 เหตุผลคุ้มค่า-โต้โกง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passport ชี้งบ 1,621 ล้านสุดคุ้ม อัปสกิล SMEs แก้ปมโกงด้วยระบบจ่ายตามจริง วอนรัฐเดินหน้าอย่าสั่งเบรก เสี่ยงโดนฟ้อง
Key facts
- ระบบมีความเสถียรและรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก โดยคุณลอรี่กล่าวว่า ข้อมูลที่ฝ่ายคัดค้านระบุว่าสามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันแค่ 138-139 คนนั้น เป็นการคำนวณที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะข้อมูลที่โครงการระบุว่าสามารถเข้าใช้ได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง ก็สามารถใช้ได้จริงตามนั้น ไม่ใช่นำตัวเลขนี้ไปหารเป็นวินาทีอย่างที่มีการคำนวณกัน
- ประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะ “อัปสกิล-รีสกิล” เพราะเท่าที่ฟัง โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเยาวชน นิสิตนักศึกษา กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ หรือ First Jobber และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ที่ต้องการนำ AI ไปปรับใช้เพื่อทรานส์ฟอร์มธุรกิจของตน
- รัฐจ่ายตามการใช้งานจริง หรือ Pay-per-use เรื่องนี้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงว่าจะพิจารณาเงื่อนไขให้รัฐจ่ายเงินเฉพาะส่วนที่มีการประมวลผล หรือใช้งานจริงเท่านั้น หากวันไหนไม่มีการใช้งาน หรือโควตาเครดิตโทเคนเหลือ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้เอกชนฟรีๆ จึงน่าจะลดปัญหาเรื่องเงินทอนตามที่มีกระแสวิจารณ์ไปได้
- กระบวนการจัดทำทีโออาร์และการเสนอราคาถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่มีการระบุว่าทีโออาร์มีปัญหา เขียนไม่ชัดเจน น่าจะเป็นปัญหาของระบบราชการที่ใช้วิธีคัดลอกและวาง (Copy-Paste) ทีโออาร์จากโครงการอื่นมาตัดแปะ ซึ่งตนเคยพบเห็นบ่อยๆ เมื่อครั้งทำหน้าที่ตรวจสอบในกรรมาธิการคณะต่างๆ
Summary
12 มิถุนายน 2569 พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ซึ่งร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น พร้อมประกาศหนุนโครงการ TH-AI Passport ของ กระทรวงดีอี เมื่อวานนี้ ชี้แจงถึง 5 เหตุผลความคุ้มค่าทางงบประมาณ ที่จะช่วยอัปสกิล SMEs และเยาวชนไทยไทยยุคดิจิทัล พร้อมเสนอตั้ง คณะกรรมการร่วมตรวจสอบเคลียร์ปมทุจริต ย้ำชัด AIPassport มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชาติ ไม่ควรสั่งยกเลิก หวั่นรัฐโดนฟ้องและประชาชนเสียโอกาสสำคัญในเวที เทคโนโลยี โลก เสียงขานรับโครงการ TH-AI Passport
1. ความคุ้มค่าทางงบประมาณ เพราะเมื่อนำงบประมาณ 1,621 ล้านบาท มาหารเฉลี่ยกับเป้าหมายผู้ใช้งานคนไทยประมาณ 5 ล้านคน จะตกเป็นต้นทุนเพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถูกกว่ากรณีที่ประชาชนหรือผู้ประกอบการต้องไปซื้อแพ็กเกจ AI พรีเมียมใช้เองตามปกติ เพราะจะต้องเสียค่าบริการส่วนตัวสูงถึงเดือนละ 600 กว่าบาท หรือบางคนอาจจ่ายเป็นพันบาท ดังนั้นโครงการนี้จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากในการกระจายเครื่องมือระดับพรีเมียมให้ประชาชน
3. รัฐจ่ายตามการใช้งานจริง หรือ Pay-per-use เรื่องนี้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงว่าจะพิจารณาเงื่อนไขให้รัฐจ่ายเงินเฉพาะส่วนที่มีการประมวลผล หรือใช้งานจริงเท่านั้น หากวันไหนไม่มีการใช้งาน หรือโควตาเครดิตโทเคนเหลือ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้เอกชนฟรีๆ จึงน่าจะลดปัญหาเรื่องเงินทอนตามที่มีกระแสวิจารณ์ไปได้