Thairath
“ธนกร” เผย ชาวบ้านฝากขอบคุณ “นายกฯ หนู” ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ธนกร” เยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มั่นใจอนาคตเป็นศูนย์กลางดูแลสุขภาพภาคใต้ ขณะชาวบ้านฝากขอบคุณ “นายกฯ อนุทิน” ผลักดันโครงการไทยช่วยไทย พลัส
Key facts
- วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เดินทางเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 12
- เยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มั่นใจอนาคตเป็นศูนย์กลางดูแลสุขภาพภาคใต้ ขณะชาวบ้านฝากขอบคุณ “นายกฯ อนุทิน”
- การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเยี่ยมชมแบบไม่เป็นทางการ โดยนายธนกรได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด ขณะที่คณะผู้บริหารได้นำชมการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ
- นายธนกรกล่าวว่า โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพัฒนาการที่น่าชื่นชมในหลายด้าน ทั้งบุคลากร ระบบบริการ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ แม้ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดบางประการ
Summary
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเยี่ยมชมแบบไม่เป็นทางการ โดยนายธนกรได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด ขณะที่คณะผู้บริหารได้นำชมการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และความพร้อมในการให้บริการของโรงพยาบาล ซึ่งกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลที่สำคัญของภาคใต้
“พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมากฝากขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ผลักดันโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่นมากขึ้น และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง” นายธนกรกล่าว
นายธนกรกล่าวว่า โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพัฒนาการที่น่าชื่นชมในหลายด้าน ทั้งบุคลากร ระบบบริการ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ แม้ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะด้านบุคลากรเฉพาะทางและเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม แต่เชื่อมั่นว่าหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า โรงพยาบาลแห่งนี้จะสามารถยกระดับศักยภาพในการดูแลรักษาประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างเต็มรูปแบบ และมีบทบาทสำคัญไม่แพ้สถาบันการแพทย์ชั้นนำของภาคใต้