Prachatai
สำรวจการเดินทางสู่ ‘การประนอมภาคบังคับ’ พื้นที่พิพาททะเลไทย-กัมพูชา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ประชาไทชวนทำความเข้าใจและไล่เรียงการเดินทางจากทวิภาคีสู่กลไกระหว่างประเทศภายใต้ UNCLOS ของไทยและกัมพูชาว่ามีความเป็นไปอย่างไรบ้าง
Key facts
- ในจังหวะนี้เอง กัมพูชาให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญา UNCLOS 1982 อนุสัญญานี้จึงเริ่มมีผลบังคับใช้กับกัมพูชาตั้งแต่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันแล้ว (UNCLOS 1982 เริ่มบังคับใช้กับไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554)
- ประชาไทชวนทำความเข้าใจและไล่เรียงการเดินทางจากทวิภาคีสู่กลไกระหว่างประเทศภายใต้ UNCLOS ของไทยและกัมพูชาว่ามีความเป็นไปอย่างไรบ้าง
- UNCLOS 1982 คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล ที่กำหนดหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศเกี่ยวกับทะเล ไม่ว่าจะเป็นในการแบ่งเขตทางทะเล รวมไปถึงกลไกในการแก้ปัญหาเมื่อรัฐต่างๆ เกิดความขัดแย้งทางทะเล เช่น กรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา
- จังหวะเหมาะเจาะพอดีกับที่ไทยประกาศเรื่องการใช้กลไกใน UNCLOS มาเป็นกติกาในการเจรจาแทน MOU44 แต่ในตอนนั้นไทยระบุแค่กรอบกว้างๆ เป็นการตั้งรับอย่างดี แต่หากอนุมานจากท่าทีของไทยที่ผ่านมา ไทยย้ำถึงการเจรจาสองฝ่ายกับกัมพูชามาโดยตลอด
Summary
ในจังหวะนี้เอง กัมพูชาให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญา UNCLOS 1982 อนุสัญญานี้จึงเริ่มมีผลบังคับใช้กับกัมพูชาตั้งแต่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันแล้ว (UNCLOS 1982 เริ่มบังคับใช้กับไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554)
ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปพ.ศ. 2569 พรรคภูมิใจไทยชูนโยบาย ‘ยกเลิก MOU44’ ทันที เป็นการมองกันว่านี่คือการเล่นกับความรู้สึกชาตินิยมของคนไทยจำนวนมากที่ยังอารมณ์ค้างจากการปะทะเมื่อปีก่อน ท้ายที่สุดนายกฯอนุทิน ก็ชนะการเลือกตั้ง
ตัวบทกฎหมายในอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศใด ประเทศนั้นต้องมีการให้รับรองเข้าผูกพันตามสนธิสัญญาหรือที่เรียกกันว่า “การให้สัตยาบัน“ แบบที่กัมพูชาเพิ่งทำไป ดังนั้น หากเกิดอะไรขึ้น กลไกภายใต้ UNCLOS จะถูกหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อ เพราะทั้งคู่ยอมรับแล้ว