Thansettakij
นักวิชาการชี้ ปม TH-AI Passport อย่ามัวจับผิดจนไทยเสียโอกาส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์โครงการ TH-AI Passport นักวิชาการเตือนคำถามสำคัญไม่ใช่ใครได้งาน แต่คือไทยกำลังเตรียมคนให้พร้อมรับโลก AI หรือไม่ ก่อนประเทศจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
Key facts
- คำถามแรกคือ ทำไมต้อง 5 ล้านคนที่จะได้เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport คำตอบที่ผมค้นคว้ามาได้ในทางหลักการเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาประเทศคือ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า "ทำไมต้อง 5 ล้านคน"
- ในทางนโยบายสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงหลักหมื่นหรือหลักแสนคน และหากประเทศไทยมีประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปประมาณ 55-60 ล้านกว่าคนนั้น ถ้าการเข้าถึงเพียง 50,000 คน หรือ 100,000 คน
- คำถามที่ 2 คือ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่ดำเนินการเจรจาและจัดหาบริการจากบริษัท AI ต่างประเทศโดยตรง จากการศึกษาข้อมูลด้านกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบว่า โดยหลักแล้ว
- คำถามที่สาม คือ โครงการลักษณะนี้อยู่ในภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ จากการศึกษาบทบาทและภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า กระทรวงมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
Summary
นักวิชาการเตือนว่าการมัวแต่ถกเถียงจับผิดโครงการ TH-AI Passport ในประเด็นเล็กน้อย อาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสและตามไม่ทันโลกในยุค AI
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และผู้แทนเครือข่ายวิชาการเพื่อขับเคลื่อน AI เชิงสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชน ที่ตั้งสำนักงาน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกระแสสังคมไทยมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่า สถานการณ์ขณะนี้ โลกไม่รอไทย เอไอ (AI) ไม่รอประชาชน ถ้ามัวแต่เถียงกัน ระวังคนไทยจะตกยุค AI หากอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีประชาชนที่ใช้ AI
ชี้ว่าเป้าหมายผู้ใช้ 5 ล้านคนมีความสำคัญเพื่อสร้าง "มวลวิกฤต" (Critical Mass) ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศได้อย่างแท้จริง