Komchadluek
นักวิชาการเตือน! มัวแต่เถียง "TH-AI Passport"' ระวังคนไทยตกขบวน-แพ้ทั้งกระดาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และผู้แทนเครือข่ายวิชาการเพื่อขับเคลื่อน AI เชิงสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชน ที่ตั้งสำนักงาน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกระแสสังคมไทยมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่า สถานการณ์ขณะนี้ โลกไม่รอไทย เอไอ (AI) ไม่รอประชาชน ถ้ามัวแต่เถียงกัน ระวังคนไทยจะตกยุค AI
Key facts
- หากอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีประชาชนที่ใช้ AI เป็นจำนวนมาก แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ AI อย่างไรในการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือการเพิ่มรายได้คำถามสำคัญคือ เราจะเสียอะไรบ้างในวันนั้น และเมื่อไม่นานมานี้ IMF
- เหตุใดรัฐบาลไม่เจรจาและจัดหาบริการจากบริษัท AI ต่างประเทศโดยตรง จากการศึกษาข้อมูลด้านกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบว่า โดยหลักแล้ว หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
- โครงการลักษณะนี้อยู่ในภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ จากการศึกษาบทบาทและภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า กระทรวงมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
- (Digital Sovereignty) ในโลกยุคใหม่ ข้อมูล ความรู้ พฤติกรรมการใช้งาน และรูปแบบการตัดสินใจของผู้คน กำลังกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีคุณค่าไม่ต่างจากทรัพยากรทางเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
Summary
หากอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีประชาชนที่ใช้ AI เป็นจำนวนมาก แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ AI อย่างไรในการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือการเพิ่มรายได้คำถามสำคัญคือ เราจะเสียอะไรบ้างในวันนั้น และเมื่อไม่นานมานี้ IMF เปิดเผยออกมาว่าประเทศไทยมีการเติบโตต่ำสุดในอาเซียน คนไทยรู้สึกอย่างไรบ้าง
กล่าวต่อว่า หลายวันที่ผ่านมา สังคมไทยถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport มีทั้งผู้สนับสนุน ผู้ตั้งคำถาม และผู้คัดค้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของนโยบายสาธารณะขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ เทคโนโลยี และอนาคตของประเทศ
ตนเชื่อว่า ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และประชาชน ต่างมีจุดร่วมสำคัญประการหนึ่ง คือ ไม่ต้องการให้ประเทศไทยตกขบวนโลกยุค AI สิ่งที่แตกต่างกันไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นคำถามเรื่องวิธีการ ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริงกับประชาชน และเมื่อมีคำถามเกิดขึ้นจากสังคม รัฐบาลจึงมีหน้าที่ตอบคำถามให้สังคมหลายความสงสัยและเดินหน้าต่อ ดังนั้น แทนที่จะถกเถียงกันว่าใครถูกใครผิด หรือด้อยค่า เสียดสีกันและกัน