← Back to KHAO
Post Today
"ณัฐพงษ์" ชงตั้ง กมธ. ตรวจสอบพ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้พิรุธจัดงบพลังงาน
·5 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 5 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
“ณัฐพงษ์” ชงตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ชี้มีข้อพิรุธหลายประการ รัฐบาลอ้างเยียวยาประชาชนบังหน้า ยัดไส้โครงการพลังงานทั้งที่ไม่เร่งด่วน
Key facts
- วงเงิน 2 แสนล้านบาท ว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ในก้อนนี้ตนมั่นใจว่ามีข้อพิรุธ 100% ทั้ง 2 แสนล้านบาท ที่ตนกล้ากล่าวเช่นนี้ เพราะสิ่งที่เราต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลไปกู้มา คือประชาชนต้องการไฟฟ้าที่ถูก สะอาด และเป็นธรรม
- 4 มิ.ย.2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
- ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้ จะต้องทำเรื่องการเปิดเสรีพลังงานควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าสะอาดในประเทศไทย จะช่วยลดภาระค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายได้ราว 20-30% การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาทของรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่สามารถทำให้เราทำแบบนั้นได้
- ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับกระบวนการที่เกิดขึ้น ตนเสนอญัตตินี้เป็นญัตติด่วน แต่สุดท้ายได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ใช่ญัตติด่วน ทำให้เราต้องเสียเวลาของสภาในการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้
Summary
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับกระบวนการที่เกิดขึ้น ตนเสนอญัตตินี้เป็นญัตติด่วน แต่สุดท้ายได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ใช่ญัตติด่วน ทำให้เราต้องเสียเวลาของสภาในการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ ทั้งที่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เพราะในปัจจุบันตนเห็นพิรุธ เห็นเหตุผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว และเห็นอีกหลายอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้า ซึ่งหากวันนี้สภาไม่ได้มีมติในการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาและตรวจสอบ
4 มิ.ย.2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
หากดูตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ ก็จะเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อให้อำนาจฝ่ายบริหารในการคิดเอง ชงเอง กินเอง คือทำโครงการเอง อนุมัติโครงการเอง ใช้เงินโครงการเองล้วน ๆ แล้วเมื่อใช้เสร็จค่อยมารายงานต่อสภาในภายหลัง