Matichon
เท้ง ยันตั้งสุรพลเหมาะสมแล้ว รับเคยทาบลงผู้ว่าฯกทม.จริง เข้าใจนักวิชาการถล่ม ย้ำโจทย์เอาชนะระบอบน้ำเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสไม่พอใจการเทียบเชิญนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าตนหรือตัวแทนพรรค เช่น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค หรือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
Key facts
- เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสไม่พอใจการเทียบเชิญนายสุรพล นิติไกรพจน์
- เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเป็นผู้สร้างระบอบสีน้ำเงินขึ้นมาเองจากเหตุการณ์ MOA นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อาจจะต้องขออนุญาตตั้งคำถามกลับว่า ณ ตอนนั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะเป็นอย่างไร
- เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรเมื่อนายสุรพลระบุว่าตนยังไม่เปลี่ยนหลักการ ทำให้คนมองว่าการรัฐประหารยังเป็นจุดยืนของนายสุรพลอยู่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนหลักของตนและพรรคประชาชนดีกว่า หลักของเราคือไม่เห็นด้วยกับปฏิวัติรัฐประหาร
- ในส่วนของจุดยืนทางการเมืองต่างๆ อาจจะไม่ต้องมีหลักหรือเห็นตรงกันทั้งหมด แต่บทบาทของนายสุรพลเองก็ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในการบริหารพรรคประชาชน ดังนั้น ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะทำงานร่วมกันได้”
Summary
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสไม่พอใจการเทียบเชิญนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าตนหรือตัวแทนพรรค เช่น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค หรือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรเมื่อนายสุรพลระบุว่าตนยังไม่เปลี่ยนหลักการ ทำให้คนมองว่าการรัฐประหารยังเป็นจุดยืนของนายสุรพลอยู่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนหลักของตนและพรรคประชาชนดีกว่า หลักของเราคือไม่เห็นด้วยกับปฏิวัติรัฐประหาร แต่หลักการของเราคือต้องการทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนหลักของแต่ละคนที่จะเข้ามร่วมเดินทางกับเรา อาจจะมีหลักส่วนใหญ่ที่มองเห็นตรงกัน เช่น อยากให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้น การเมืองในประเทศดีขึ้น แต่อาจะมีวิธีการบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง
ถามย้ำว่า พรรคประชาชนค้านเรื่องการทำรัฐประการมาโดยตลอด แต่จุดยืนของนายสุรพลไม่เปลี่ยน จะทำงานร่วมกันได้จริงหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องมองกลับไปในอดีตว่าการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่อง และขณะนั้นก็มีการแบ่งคนในสังคมที่มีความเห็นต่างออกมาเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างมีความขัดแย้ง ดังนั้น หากเราต้องการทำให้ประเทศไทย การเมืองไทยและสังคมดีกว่านี้ ตนและพรรคประชาชนคิดถึงบริบทในปัจจุบันคือผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง รวมถึงเศรษฐกิจ
“ในส่วนของจุดยืนทางการเมืองต่างๆ อาจจะไม่ต้องมีหลักหรือเห็นตรงกันทั้งหมด แต่บทบาทของนายสุรพลเองก็ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในการบริหารพรรคประชาชน ดังนั้น ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะทำงานร่วมกันได้” นายณัฐพงษ์กล่าว