Prachachat
‘พชร’ ชี้ตัวเลข GDP สวนทางดัชนีการผลิต ส่งสัญญาณอันตราย ประเทศกำลังเดินเข้าปากเหว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) กล่าวถึงสัญญาณเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 และพื้นฐานโครงสร้างศรษฐกิจไทยในขณะนี้ว่า แม้ตัวเลขโดยพื้นฐานจาก GDP จะออกมาได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ขยายตัว 2.8% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกที่พุ่งสูงถึง 15.5% ซึ่งเป็นการโตเกือบสองเท่าของไตรมาสก่อนหน้า
Key facts
- พชรกล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่ GDP แต่คือดุลบัญชีเดินสะพัด โดยทั้งปี 2568 ไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 15.9 พันล้านดอลลาร์ แต่เพียงเดือนเมษายน 2569 เดือนเดียว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไปแล้ว 7.6 พันล้านดอลลาร์
- นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) กล่าวถึงสัญญาณเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 และพื้นฐานโครงสร้างศรษฐกิจไทยในขณะนี้ว่า แม้ตัวเลขโดยพื้นฐานจาก GDP จะออกมาได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ขยายตัว 2.8%
- ชุดที่สองคือ ราคาพลังงานที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งสภาพัฒน์ประเมินว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อ 6-9 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 135-145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ GDP ไทยอาจหดตัวเหลือเพียง 0.2% พร้อมเงินเฟ้อ 5.8%
- ข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า MPI ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวเพียง 0.83% เทียบปีก่อน อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 61.26% ซึ่งวนอยู่ในช่วง 57-61% มาหลายไตรมาสติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2567 โดยไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
- ชุดที่สามคือ ตัวเลข PMI ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มองไปข้างหน้า แม้ PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคม 2569 จะอยู่ที่ 54.1 สูงสุดในรอบสามเดือน แต่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับผลผลิตในอนาคตดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสี่ปีครึ่ง
- แม้แต่เลขาธิการสภาพัฒน์ยังระบุเองเมื่อต้นปีว่า แม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ MPI และอัตราการใช้กำลังการผลิตกลับไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่ควรจะเป็น ในภาวะปกติหากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อการผลิต MPI ควรพุ่งขึ้นอย่างน้อย 3-5%
Summary
ฟังดูเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีความกังวลที่ต้องพูดตรง ๆ ว่า การมองตัวเลขบนพื้นฐานนี้อาจจะดีในขั้นต้น แต่ก็จะอันตรายในขั้นต่อไป และทำให้เราชะล่าใจในการแก้ไขเรื่องโครงสร้างและปัญหาข้างในที่สะสมอยู่เช่นนี้
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าตัวเลข GDP คือความผิดปกติระหว่างการส่งออกกับ MPI หรือดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่วัดปริมาณการผลิตจริงจากโรงงานในประเทศ
แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของการส่งออกที่โตแรงในไตรมาสนี้เป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนที่มาตรการภาษีของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้เต็มที่ กล่าวคือ เราดึงอนาคตมาใช้ล่วงหน้า ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน และเมื่อผลของการเร่งล่วงหน้านี้หมดลงในไตรมาส 2 ตัวเลขจะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น