Thairath
"พชร" ชี้ตัวเลข GDP สวนทางดัชนีการผลิต ส่งสัญญาณอันตราย ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
"พชร" กรรมการ ก.ล.ต. ชี้ตัวเลข GDP สวนทางดัชนีการผลิต ส่งสัญญาณอันตราย ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน ประเทศกำลังเดินเข้าปากเหว
Key facts
- วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) กล่าวถึงสัญญาณเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 และพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ว่า แม้ตัวเลขโดยพื้นฐานจาก GDP
- ข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า MPI ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวเพียง 0.83% เทียบปีก่อน อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 61.26% ซึ่งวนอยู่ในช่วง 57–61% มาหลายไตรมาสติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2567 โดยไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
- ชุดที่สองคือ ราคาพลังงานที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่ง สภาพัฒน์ ประเมินว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อ 6–9 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 135–145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ GDP ไทยอาจหดตัวเหลือเพียง 0.2% พร้อมเงินเฟ้อ 5.8%
- กรรมการ ก.ล.ต. ชี้ตัวเลข GDP สวนทางดัชนีการผลิต ส่งสัญญาณอันตราย ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน ประเทศกำลังเดินเข้าปากเหว
- ชุดที่สามคือ ตัวเลข PMI ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มองไปข้างหน้า แม้ PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคม 2569 จะอยู่ที่ 54.1 สูงสุดในรอบสามเดือน แต่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับผลผลิตในอนาคตดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสี่ปีครึ่ง
- แม้แต่เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังระบุเองเมื่อต้นปีว่า แม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ MPI และอัตราการใช้กำลังการผลิตกลับไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่ควรจะเป็น ในภาวะปกติหากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อการผลิต MPI ควรพุ่งขึ้นอย่างน้อย 3–5%
Summary
ฟังดูเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีความกังวลที่ต้องพูดตรงๆ ว่าการมองตัวเลขบนพื้นฐานนี้ อาจจะดีในขั้นต้นแต่ก็จะอันตรายในขั้นต่อไป และทำให้เราชะล่าใจในการแก้ไขเรื่องโครงสร้างและปัญหาข้างในที่สะสมอยู่เช่นนี้
แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของการส่งออกที่โตแรงในไตรมาสนี้เป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้เต็มที่ กล่าวคือเราดึงอนาคตมาใช้ล่วงหน้า ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน และเมื่อผลของการเร่งล่วงหน้านี้หมดลงในไตรมาส 2 ตัวเลขจะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น สิ่งที่ให้ความสำคัญมากกว่าตัวเลข GDP คือความผิดปกติระหว่างการส่งออกกับ MPI หรือดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่วัดปริมาณการผลิตจริงจากโรงงานในประเทศ
แม้แต่เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังระบุเองเมื่อต้นปีว่า แม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ MPI และอัตราการใช้กำลังการผลิตกลับไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่ควรจะเป็น ในภาวะปกติหากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อการผลิต MPI ควรพุ่งขึ้นอย่างน้อย 3–5% แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งสะท้อนว่าการส่งออกส่วนหนึ่งอาจเป็นแค่ Pass-through โดยไม่ผ่านกระบวนการผลิตหรือสร้างมูลค่าเพิ่มในไทย แม้หลายคนจะมองว่าถ้าภาคการผลิตอ่อนแอ ท่องเที่ยวและบริการจะมาชดเชยได้