Matichon
บพข. ชู 3 โมเดล เลิกเผา เป๋าตุง ดึงเครือข่ายวิจัย-เอกชน-เกษตรกร สร้างกลไกตลาด แก้ PM 2.5-พลังงาน-ปากท้อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เดินหน้าพลิกโฉมแก้วิกฤต PM 2.5 ปัญหาพลังงาน และปากท้อง ด้วย “ กลไกตลาด ” โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ( บพข .) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ ( องค์การมหาชน ) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ( อว .) จัดกิจกรรม “ เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง ”
Key facts
- โมเดลตลาดพลังงานทดแทน นำชีวมวลแข็งจากสวนรายย่อยในลำพูนเข้าสู่กระบวนการเทคโนโลยีขั้นสูง ทอริฟิเคชัน และ การอัดร้อนและการเผา ผลิตเป็นชีวมวลทอริฟายด์และไบโอโค้ก ยกระดับมูลค่าวัตถุดิบสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นทันที 5-10 เท่า โดยได้รับการการันตีรับซื้อจากเอกชน พร้อมตั้งเป้าหมายความต้องการรับซื้อที่ 21,750 ตันต่อปี ใน 5 ปีข้างหน้า
- โมเดลตลาดผลิตภัณฑ์รักษ์โลก การแปรรูปขั้นสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงสุดถึง 20-50 เท่า โดยนำฟางข้าวจากเชียงใหม่และเชียงรายไปผลิตเยื่อพืชธรรมชาติ บรรจุภัณฑ์ และวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการนำต้นข้าวโพดจากเครือข่ายมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงมาผลิตฉนวนความร้อนในอาคารและอุตสาหกรรม
- ที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์วิจัยข้าวล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพื่ออัพเดทความคืบหน้าในโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง ”
- เดินหน้าพลิกโฉมแก้วิกฤต PM 2.5 ปัญหาพลังงาน และปากท้อง ด้วย “ กลไกตลาด ”
- ฉายภาพความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมภายในเวลา 1 เดือน ผ่าน “3 โมเดล 6 เส้นทาง ”
- ผ่านการผนึกกำลังภาคีเครือข่ายที่ขยายตัวจาก 28 หน่วยงาน สู่พันธมิตรกว่า 40 องค์กรชั้นนำ เข้าร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยคาดว่า ภายใน 5 ปี จะสามารถรับเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรได้กว่าแสนตันต่อปี
Summary
เดินหน้าพลิกโฉมแก้วิกฤต PM 2.5 ปัญหาพลังงาน และปากท้อง ด้วย “ กลไกตลาด ” โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ( บพข .) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ ( องค์การมหาชน ) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ( อว .) จัดกิจกรรม “ เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง ”
นอกจากนี้ ศ . ดร . ยศชนัน ยังกล่าวถึงการนำ พ . ร . บ . อากาศสะอาด มาปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการร่วมกันในทุกมิติ ทั้งการขนส่ง โลจิสติกส์ และพลังงาน เพื่อคืนอากาศสะอาดให้คนภาคเหนือ โดยกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนกลไกทั้งหมดนี้ได้คือ การสร้างแรงกระตุ้นให้เกษตรกร เข้ามาร่วมโครงการ เมื่อเขาสามารถนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาเปลี่ยนเป็นรายได้ที่มากพอก็จะเลิกเผา และเมื่อเกษตรกรในพื้นที่นำร่องได้ประโยชน์จริง ก็จะเกิดการบอกต่อและขยายผลนำโมเดลนี้ไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ”
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ . ดร . ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว . ร่วมติดตามความคืบหน้าและให้แนวทางว่า “ การแก้ปัญหานี้ต้องขับเคลื่อนด้วยมิติทางเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กระทรวง อว .
สำหรับความคืบหน้าภายในระยะเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันเปิดโครงการ เมื่อ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา คือการพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์เชิงพื้นที่ใน 3 จังหวัดนำร่อง ( เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ) ผ่านห่วงโซ่คุณค่าที่ตอบโจทย์ความต้องการรับซื้อ (Demand) ของภาคเอกชนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อต่อยอดสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม (Economies of Scale) โดยแบ่งออกเป็น 3 โมเดล 6 เส้นทาง ดังนี้