Matichon
ยศชนัน บุกเชียงใหม่ ชูยุทธศาสตร์ยกระดับ อว. เป็น ‘มินิ ครม. ด้านวิทย์ฯ’ ผุด Sandbox แก้ปัญหาโครงสร้างชาติ ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”
Key facts
- เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”
- ซึ่งจะเป็นรากฐานในการแก้ปัญหาอื่น ๆ ที่ฝังรากลึกในสังคมอย่างยั่งยืน ในด้านการพัฒนาระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Ecosystem) ทั้งนี้ ธนาคารโลก (World Bank) ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน 3 เสาหลัก ได้แก่ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม
- ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในปัจจุบันกระทรวงไม่ได้ต้องการยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ต้องการการทำงาน แบบบูรณาการร่วมกัน กระทรวง อว. จึงเปรียบเสมือน “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์”
- ที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากรระดับหัวกะทิ ซึ่งสามารถสร้างพื้นที่ Sandbox นำร่องในการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศได้ในทุกมิติ โดยต้องนำงานวิจัยไปเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ
- ด้วยการ Reskill และ Upskill ให้บุคลากรสามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ได้ นอกจากนี้ นักวิจัยควรก้าวออกจากห้องแล็บเพื่อสร้างเครือข่าย และเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานวิจัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และกลุ่มทุนอย่าง Venture Capital (VC)
Summary
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในปัจจุบันกระทรวงไม่ได้ต้องการยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ต้องการการทำงาน แบบบูรณาการร่วมกัน กระทรวง อว. จึงเปรียบเสมือน “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์”
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยควรปรับกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาใหม่ โดยยึดประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง การศึกษาในยุคหน้าจะต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิด วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุในระดับ Hospice Care มหาวิทยาลัยจึงต้องเปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การมองว่าบริษัทสตาร์ตอัป ที่เข้ามาอบรมเพียงครึ่งวันก็ถือเป็นนักศึกษา ของมหาวิทยาลัย หรือการจับคู่ผู้สูงอายุวัยเกษียณที่มีประสบการณ์สูงมาเป็นโรงงานผลิตธุรกิจสตาร์ตอัป (Venture Builder)
“ตนขอชื่นชมอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบนิเวศการบ่มเพาะสตาร์ตอัปที่ดีที่สุด และเป็นเสมือนศูนย์ฝึกงานด้านนวัตกรรมของประเทศ ทั้งนี้ เชียงใหม่ไม่ได้อยู่ห่างไกล แต่เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่างอินเดียและจีน อีกทั้งไทยยังมีจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ (MedTech) ของประเทศไทย”ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า “ความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือ Technology Disruption ไม่ใช่วิกฤต