Khaosod
‘ยศชนัน’ ถก สอวช.นัดแรก ดันเพิ่มเม็ดเงินลงทุนวิจัยและพัฒนาในประเทศ ปักหมุดFuture Food เป็นนโยบายระดับชาติ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 4/2569 ที่ห้องประชุมหว้ากอ 1 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และการประชุมผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นายสุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
Key facts
- เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 4/2569
- น.ส.สิรินยา ยังเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารอนาคต ด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ได้ตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมอาหารอนาคตให้ได้รวม 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
- หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนการลงทุนด้าน ววน. ได้ในระดับ 20,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศในระยะยาว
- นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งสร้างความเชื่อมโยงและความเป็นเอกภาพในการทำงานโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ทั้งในด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)
- ด้านนายสุรชัย กล่าวแนะนำคณะกรรมการอำนวยการ สอวช. พร้อมนำเสนอภาพรวมภารกิจของ สอวช. รวมถึงโครงการสำคัญ ในปี 2569 ประกอบด้วย การปฏิรูประบบ อววน. และกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ. 2571–2575 การขับเคลื่อนอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยีเกษตรและอาหาร
- อยากเชิญชวนหน่วยงานทุกภาคส่วน เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Plant 30% Leaders Club”
Summary
นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งสร้างความเชื่อมโยงและความเป็นเอกภาพในการทำงานโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ทั้งในด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประเทศไทยมีองค์ความรู้ งานวิจัย และศักยภาพจากหน่วยบริหารจัดการทุน (PMU) และมหาวิทยาลัยจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมายังขาดการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ จึงจำเป็นต้องรวบรวมองค์ความรู้เหล่านั้นมาจัดกลุ่มเป็นคลัสเตอร์สำคัญของประเทศ
นายยศชนัน ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ของประเทศ โดยได้มีแนวทางประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการเข้าถึงทุนวิจัยขนาดใหญ่ เสนอให้ศึกษาโมเดลกองทุนและการลงทุนระดับโลก เช่น Temasek ของสิงคโปร์ เพื่อออกมาตรการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศไทย ความท้าทายระดับประเทศ ทั้งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม วิกฤตสิ่งแวดล้อม และปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องใช้การลงทุนขนาดใหญ่ และความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ
“หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนการลงทุนด้าน ววน. ได้ในระดับ 20,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศในระยะยาว ซึ่งเราจะเริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนและศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับบีโอไออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”นายยศชนัน กล่าว