← Back to KHAO

“ฮั่วเซ่งเฮง” ชี้ทองหลุด 4,600 เหรียญ แค่พักฐานระยะสั้น เซ่นดอลล์แข็ง-บอนด์ยีลด์พุ่ง

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และไหลลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 4,500–4,540 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานที่บ่งชี้ว่าตลาดกระทิงได้สิ้นสุดลง แต่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อในระยะสั้นเริ่มชะลอตัวลง หลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานระยะสั้น

Key facts

Summary

สำหรับปัจจัยกดดันหลักมาจากทิศทางของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมุมมองของตลาดที่เริ่มกลับมาคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดเสียเปรียบในแง่ของต้นทุนค่าเสียโอกาส และเมื่อสินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือกอื่นให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า จึงทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนย้ายออกจากตลาดทองคำ

อย่างไรก็ตาม ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่านักลงทุนไม่ควรวิเคราะห์เพียงว่าเมื่อราคาหลุดแนวรับแล้วจะต้องเป็นขาลงในระยะยาว เนื่องจากในระยะกลางถึงระยะยาว ทองคำยังมีปัจจัยบวกพื้นฐานรองรับ ทั้งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเดินหน้าสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก และแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงออกจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การอ่อนตัวของราคาในรอบนี้จึงเป็นเพียงการปรับฐานเพื่อลดความร้อนแรง และเป็นการปรับมุมมองความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ย รวมถึงเป็นการทำกำไรระยะสั้น

โดยภาพรวมระยะสั้นยังมีแนวโน้มอ่อนตัวมากกว่าการฟื้นตัว เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลายช่วงเวลา และโมเมนตัมรายวันยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะยืนยันการจบจุดพักฐาน โดยประเมินแนวรับสำคัญในรอบนี้ที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาสามารถทรงตัวอยู่ได้ มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 4,545–4,565 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และ 4,580–4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ตามลำดับ แต่หากหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และปิดตลาดในแดนลบ แนวรับถัดไปจะอยู่ที่

Read full article at Kaohoon →