Prachachat
ซีพี-SCG เปลี่ยนเกมฝ่าวิกฤต รับมือต้นทุนธุรกิจ-เงินเฟ้อสูง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บิ๊กธุรกิจเขย่าแผนรับโจทย์ต้นทุน “ซี.พี.-เอสซีจี” เดินเกมเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงาน-วิกฤตต้นทุน คลังส่งสัญญาณวิกฤตเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ธุรกิจ แบกรับต้นทุน-บีบกำไร “ศุภชัย” เผย ซี.พี. ลงทุนพลังงานทางเลือก ช่วยลดต้นทุนค่าไฟ 70-80% หนุนรัฐบาลหามาตรการช่วยเอสเอ็มอี ซีอีโอ SCG กางแผนรับมือวิกฤต กังวลเงินเฟ้อพุ่ง ส่งผลอัตราดอกเบี้ยสูง คุมเข้มแผนลงทุน พร้อมเร่งคืนหนี้แบงก์
Key facts
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการแถลงภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในไตรมาสที่ 1/2569 ว่า ขยายตัวที่ระดับ 2.8%
- นายธรรมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในปี 2569 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว ลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างระมัดระวัง ดังนั้นในปีนี้บริษัทก็จะปรับลดงบฯ การลงทุนไว้ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยดำเนินการไปพร้อมกับลดภาระหนี้
- ส่วนที่ 2 งานที่ต้องเสร็จภายใน 2 ปี คือตอนนี้จุดอ่อนสำคัญอยู่ที่โครงการปิโตรเคมีที่เวียดนาม เพราะเป็นโครงการใหญ่ ถ้าสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นกำไรได้จะเป็นกล้ามเนื้อขึ้นมาได้
- ต่อมาคือ วิกฤตเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ซึ่งเริ่มสะท้อนในอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน เม.ย. ขยับสูงขึ้นถึง 2.9% สัญญาณที่น่ากังวลคือดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เริ่มพลิกกลับมาเป็นบวก ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ยังคงติดลบในไตรมาสแรก
- ขณะเดียวกันเรื่องภาคการขนส่งโดยเกือบ 100% ยังเป็นน้ำมัน ก็ต้องมาดูนโยบายว่าถ้างั้นต้องไปทางเลือก เช่น อีวี ไม่ว่ามอเตอร์ไซค์ หรือรถกระบะ รถบรรทุก รถเก๋ง อันนี้เป็นสิ่งที่มองว่าในวิกฤตมีโอกาส Force ให้เราไปทำในสิ่งที่ดีกว่าเดิม”
- เงินเฟ้อเราค่อนข้างน่ากังวล ซึ่งจะมีผลกระทบกับธุรกิจที่มีภาระหนี้มาก เพราะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะขึ้น ไม่งั้นเอาไม่อยู่ ดังนั้นธุรกิจที่เคยจ่ายอัตราดอกเบี้ย 3-4% อาจต้องจ่าย 8-10%
Summary
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการแถลงภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในไตรมาสที่ 1/2569 ว่า ขยายตัวที่ระดับ 2.8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลักคือการลงทุนรวมของทั้งประเทศขยายตัวถึง 9.9% โดดเด่นที่สุดคือการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตสองหลัก (Double Digit) เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีประเมินว่า ตัวเลขจีดีพีที่เติบโตในไตรมาส 1 เป็นเพียงภาพสะท้อนจาก “กระจกหลัง” เพราะเมื่อมองไปที่ถนนข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงมีความขรุขระและมีความท้าทายรออยู่ ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากสงครามที่ปะทุขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมอย่างเต็มที่ เนื่องจากรัฐบาลได้เข้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรในขณะนั้น
นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจที่จะตามมาอีกหลายระลอก ตั้งแต่วิกฤตพลังงานโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี เนื่องจากโครงสร้างพลังงานถูกทำลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันจะไม่อยู่ในระดับต่ำอีกต่อไป