Matichon
พิพัฒน์ แนะ กทพ.ทุกการก่อสร้าง ต้องปลอดภัย ย้ำศึกษาทางด่วนชั้น 2 งามวงศ์วาน-พระราม 9 ถี่ถ้วน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยมีนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ กทพ. นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ กทพ.
Key facts
- เร่งรัดดำเนินโครงการตาม Quick-win ให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ประชาชนรอคอย
- เร่งผลักดันโครงการเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในภูมิภาค ได้แก่ โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ และเตรียมความพร้อมในการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการร่วมลงทุนโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตทั้ง 2 ระยะ รองรับการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจในระยะยาว
- เร่งผลักดันโครงการใหม่ เพื่อขยายโครงข่ายรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเมือง อาทิ การแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเร่งรัดโครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก
- ผู้ว่าการ กทพ.กล่าวว่า ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass ประมาณร้อยละ 57.61% ของปริมาณการจราจรทั้งหมด และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้ Easy Pass เป็นร้อยละ 70 ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง
- นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่ง
- ผู้ว่าการ กทพ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทพ.ยังมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวทาง Green Transport และเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
Summary
นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่ง กทพ.ถือเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและบริหารโครงข่ายทางพิเศษให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต โดยขอให้ กทพ. ดำเนินการ ดังนี้
1) เร่งรัดดำเนินโครงการตาม Quick-win ให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ประชาชนรอคอย
2) เร่งผลักดันโครงการใหม่ เพื่อขยายโครงข่ายรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเมือง อาทิ การแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเร่งรัดโครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก