The Standard
ผบ.ตร. สั่งปูพรมจัดการมูลนิธิลวงโลก เตือนคนดัง-อินฟลูฯ รับบริจาคผิดวัตถุประสงค์เสี่ยงคุก-ยึดทรัพย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (4 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบ จัดระเบียบ และใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มบุคคลมีชื่อเสียงที่มีพฤติกรรมฉ้อฉลหลอกลวงประชาชนผ่านการเปิดรับบริจาค
Key facts
- วันนี้ (4 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบ จัดระเบียบ และใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับมูลนิธิ องค์กร
- พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้หน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ บูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเร่งสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบมูลนิธิ องค์กร
- หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ของมูลนิธิ องค์กร หรือบุคคลใดที่เข้าข่ายการฉ้อโกงหรือดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
- การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน และเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งมีโทษถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สิน นอกจากนี้ หากมีการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อระดมทุนแต่ไม่ได้นำไปช่วยเหลือจริง จะเข้าข่ายความผิดตาม
Summary
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนองค์กรและบุคคลที่มีจิตอาสาทำงานเพื่อสังคมอย่างโปร่งใส แต่ขอเตือนไปยังผู้ที่ตั้งใจหลอกลวง ตลอดจนผู้มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่อาศัยกระแสสังคมเป็นช่องทางเปิดรับบริจาคแล้วนำเงินไปโยกย้ายถ่ายโอนหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขอให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวทันที
โฆษก ตร. ระบุว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลอกลวง ทั้งการจัดตั้งมูลนิธิปลอม การสร้างคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงวิธีการดั้งเดิมอย่างการตั้งโต๊ะ กล่องรับบริจาค หรือเดินเรี่ยไรตามบ้านเรือน ซึ่งทางตำรวจได้ติดตามและดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้หน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ บูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเร่งสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หากพบว่ามีการอาศัยความเห็นใจของประชาชนมาเป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง หรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด