Prachachat
ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- ทำความรู้จักศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) ของทางการเมียนมาในประเทศไทย สรุปข้อมูลประชากรแรงงานกว่า 3.3 ล้านคน ไทม์ไลน์เปิดให้บริการใน 5 จังหวัด ค่าใช้จ่าย อัตราค่าธรรมเนียม และขั้นตอนปฏิบัติอย่างละเอียด
- เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา นายวีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ “ไบรท์ ฟิวเจอร์”
- การเคลื่อนไหวของแรงงานข้ามชาติจุดประเด็นศูนย์ CI
- ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีแรงงานเมียนมาในประเทศไทยจำนวน 3,321,518 คน (ไม่รวมผู้หนีภัยการสู้รบและแรงงานกลุ่มที่ไม่ได้แยกสัญชาติ) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของประชากรแรงงานเมียนมา โดยเอกสาร CI มีอายุการใช้งาน 4
- การเปิดให้บริการศูนย์ CI รอบล่าสุด มีกำหนดเปิดดำเนินการระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2570 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และชลบุรี โดยดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมาทั้งหมด
- ศูนย์ CI คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ?
Summary
### ขนาดตัวอักษร
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา นายวีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ “ไบรท์ ฟิวเจอร์” (Bright Future) ได้จัดกิจกรรมบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก เพื่อยื่นข้อเรียกร้องขอให้ทางการไทยยกเลิกศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล หรือศูนย์ CI ของรัฐบาลเมียนมาในประเทศไทย โดยให้เหตุผลเรื่องภาระทางการเงินและมองว่าไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ใช้บัตรชมพูเป็นหลักฐานการยืนยันตัวตนแทน
ทำความรู้จักศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) ของทางการเมียนมาในประเทศไทย สรุปข้อมูลประชากรแรงงานกว่า 3.3 ล้านคน ไทม์ไลน์เปิดให้บริการใน 5 จังหวัด ค่าใช้จ่าย อัตราค่าธรรมเนียม และขั้นตอนปฏิบัติอย่างละเอียด พร้อมเกาะติดกระแสข่าวการชุมนุมเรียกร้องและการรับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
จากนั้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนของนายวีระไว้พิจารณา โดยสำนักงาน กสม. ระบุว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรงดังกล่าวสร้างบรรยากาศความหวาดกลัว ความเกลียดชัง และเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่ง กสม. จะดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป