Khaosod
ภท. ชงแก้ข้อบังคับประชุมสภา ยึดเรียบปธ.กมธ. เปิดช่อง‘นายกฯ’เลี่ยงตอบกระทู้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภท. ชงแก้ข้อบังคับประชุมสภา ยึดเรียบปธ.กมธ. เปิดช่อง‘นายกฯ’เลี่ยงตอบกระทู้
Key facts
- การแก้ไขเรื่องการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงต่อกมธ. จะต้องได้รับการเห็นชอบจากมติที่ประชุม กมธ.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกมธ.ทั้งหมดที่มีอยู่ และให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อประธานกมธ.
- สว.เชียงใหม่ ยื่น2ข้อเสนอ ค้านกฎหมาย กองทุน4ฉบับ ภูมิใจไทย ประชาชนไม่เห็นด้วย
- เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 11 พ.ย. มีวาระการพิจารณาสำคัญคือ การพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่เสนอโดย พรรคภูมิใจไทย
- การเลือกประธานหรือรองประธานกมธ. หากมีการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก
- การประชุมสภาฯ ย่อมเป็นไปโดยเปิดเผย เว้นแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือกมธ.จำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่มีอยู่ ร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ และกรณีประชุมลับ ผู้ที่เข้าฟังการประชุมได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม โดยได้รับอนุญาตจากประธานที่ประชุมกมธ. จากเดิมไม่มีการระบุไว้
- การถ่ายทอดสดการประชุมกมธ. ต้องมีมติมากกว่ากึ่งหนึ่งของกมธ.ทั้งหมดที่มีอยู่ให้ถ่ายทอดสดการประชุม จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดไว้
Summary
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 11 พ.ย. มีวาระการพิจารณาสำคัญคือ การพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่เสนอโดย พรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขข้อกำหนดบางประการที่ไม่รองรับกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาฯ ในปัจจุบัน เพื่อให้การดำเนินการของสภาฯ รเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
โดยมีสาระสำคัญที่เสนอแก้ไขคือ 1.การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มหรือลดจำนวนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ตามข้อบังคับที่ 90 โดยให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาเพิ่มหรือลดจำนวนกมธ.ได้ตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่กำหนดให้มีกมธ.สามัญ จำนวน 35 คณะ
3.การเลือกประธานหรือรองประธานกมธ. หากมีการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก