Ban Muang
ตร.ทางหลวง แกะรอย7 เดือนตามรวบคากุฏิโล้นอาศัยผ้าเหลืองหนีคดี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี สนธิกำลังสืบสวนแกะรอยนานกว่า 7 เดือน ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี คดีเสพยาเสพติด เผยพฤติการณ์หลบหนีการบังคับโทษตามคำพิพากษามาแอบบวชเป็นพระภิกษุจำวัดพื้นที่ห่างไกล แถมนานๆ ย้ายกลับวัดใกล้บ้านเกิด
Key facts
- เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอู่ทอง ภายใต้การประสานงานของตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี–สุพรรณบุรี ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลแขวงสุพรรณบุรี
- กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสืบทราบว่า นายสิทธิ์ ได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งใกล้บ้านเกิด ในพื้นที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบพระภิกษุรูปดังกล่าวนั่งอยู่ในกุฏิ
- เบื้องต้น นายสิทธิ์ ยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยอมรับว่าหนีมาบวชเพื่อกบดานและหลบหนีการบังคับโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปให้เจ้าอาวาสทำพิธีลาสิกขา (สึกจากการเป็นพระ) ก่อนควบคุมตัวส่งศาลแขวงสุพรรณบุรี
Summary
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอู่ทอง ภายใต้การประสานงานของตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี–สุพรรณบุรี ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลแขวงสุพรรณบุรี ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับตามคำสั่งศาล ซึ่งสืบทราบว่าได้แอบหนีมาบวชเป็นพระภิกษุและย้ายไปจำวัดตามพื้นที่ต่างๆ ใน จ. กาญจนบุรี และ จ. สุพรรณบุรี เพื่อตบตาการจับกุม
จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบว่า บุคคลต้องสงสัยคือ นายสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ในข้อหาเสพยาเสพติด โดยผู้ต้องหาไม่ได้ไปรายงานตัวตามคำสั่งศาล และหลบหนีไปบวชแฝงตัวจำวัดอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของ จ. กาญจนบุรี นานกว่า 7 เดือน ทั้งนี้ จากข้อมูลการสืบสวนยังพบอีกว่า ในระหว่างครองตนเป็นพระภิกษุ ผู้ต้องหากลับยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
เบื้องต้น นายสิทธิ์ ยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยอมรับว่าหนีมาบวชเพื่อกบดานและหลบหนีการบังคับโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปให้เจ้าอาวาสทำพิธีลาสิกขา (สึกจากการเป็นพระ) ก่อนควบคุมตัวส่งศาลแขวงสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป