← Back to KHAO

กรมการค้าต่างประเทศ เผย ตลาดอาเซียนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกข้าวไทยในปี 2569 ยอดส่งออก 9 เดือนแรกพุ่งกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่เติบโตโดดเด่น ช่วยรองรับผลผลิตข้าวไทยและบรรเทาผลกระทบจากการหดตัวของตลาดอิรัก

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตลอดปี 2569 การส่งออกข้าวไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า การแข่งขันด้านราคา และสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและขนส่งสินค้า ทำให้การส่งออก

Key facts

Summary

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตลอดปี 2569 การส่งออกข้าวไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า การแข่งขันด้านราคา และสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและขนส่งสินค้า ทำให้การส่งออกไปยังตลาดสำคัญบางแห่ง โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลางชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี ตลาดอาเซียนกลับขยายตัวอย่างโดดเด่นและเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรองรับข้าวไทย โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) ไทยส่งออกข้าวไปอาเซียนประมาณ 1.25

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า อาเซียนเป็นฐานตลาดส่งออกข้าวไทยที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และการที่ข้าวเป็นอาหารหลักของประชาชนในภูมิภาค ประกอบกับความหลากหลายของข้าวไทยที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ที่นิยมข้าวพื้นนุ่มและข้าวฤดูกาลใหม่ มาเลเซียแถบคาบสมุทรนิยมข้าวเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งหุงขึ้นหม้อ ขณะที่สิงคโปร์และบรูไนมีตลาดสำหรับข้าวหอมมะลิไทยและข้าวคุณภาพพรีเมียม/ข้าวเพื่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ในมิติความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ไทยยังมีบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว (MoC) กับสิงคโปร์ ครอบคลุมปริมาณข้าวสูงสุด 100,000 ตัน ภายใน 5 ปี ซึ่งกรมฯ อยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายสิงคโปร์เพื่อให้เกิดการซื้อขายภายใต้กรอบดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

Read full article at สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ →