Krungthep Turakij
‘ล่าเมียว’ ร้านจีนของคนไทย เตรียมเข้าตลาดหุ้นเดือนนี้ ปีหน้าดึง ‘เจลาโต้-เบเกอรี่จีน’ บุกไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นี่คือยุคสมัยของอาหารจีน! คุยกับ “แอมป์-รัตตรุจน์” ผู้ก่อตั้ง “ล่าเมียว” ขยายจากร้านหมาล่าบาร์ สู่อาณาจักร “SpicyCat F&B Group” วางเป้าเบอร์หนึ่งอาหารจีนในไทย เตรียมระดมทุน 25 ล้านบาทผ่านตลาด “LiVEx” อีก 3 ปีขยับสู่ “MAI” แง้มปีหน้าดึงเจลาโต้-เบเกอรี
Key facts
- หากรวมรายได้จากแฟรนไชส์จะมีรายได้รวม 400-500 ล้านบาท ส่วนเป้า “พันล้าน”
- More Yogurt ซึ่งทั้งหมดนี้มีทั้งสัดส่วนที่แบรนด์เปิดเอง และให้น้ำหนักไปกับการขายแฟรนไชส์ โดยอนาคตวางสัดส่วนสาขาแฟรนไชส์ไว้ 60% เปิดเอง 40%
- มองไกลดึงอาหารไทยเปิดที่จีนหลังเข้าตลาด MAI สำเร็จ เพราะปัจจุบันร้านอาหารไทยกว่า 99% ในจีน มีคนจีนเป็นเจ้าของแทบทั้งหมด รสชาติอาหารก็ค่อนข้างเพี้ยน และมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันหมด นี่จึงเป็นโอกาสให้เติบโตคู่ขนานไปพร้อมๆ กัน
- เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า มีความตั้งใจอยากพาเครือธุรกิจเข้าตลาด MAI ในอีก 3 ปีข้างหน้า เป้านั้นยังคงอยู่เป็นหมุดหมายเช่นเดิม แต่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ “SpicyCat F&B Group”
- หากรวมฝั่งแฟรนไชส์ด้วย คาดว่า ภายใน 3 ปีก็น่าจะไปถึงสำเร็จ ส่วนการเข้าตลาด LiVEx จะเริ่มซื้อขายวันที่ 17-19 พฤศจิกายนนี้
Summary
คนไทยรักอาหารญี่ปุ่นเป็นที่ประจักษ์ ชี้วัดจากจำนวนร้านค้าในไทยรวมถึงความนิยมในการไปเที่ยวญี่ปุ่นที่พอจะเป็นตัวชี้วัดได้ว่า แดนอาทิตย์อุทัยยังเป็น “Top Tier” ในใจคนไทยเสมอ แต่นานวันเข้าวัฒนธรรมที่หลั่งไหลผ่าน “Soft Power” ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ หรือแม้กระทั่งสินค้าความสวยความงาม ก็ทำให้ “เกาหลี” เริ่มเบียดความนิยมสูสีคู่คี่กับฝั่งญี่ปุ่น และปัจจุบัน “จีน”
กระแสความนิยมอาหารจีนค่อยๆ ก่อตัว จนทำให้ “แอมป์-รัตตรุจน์ ทองประดิษฐ์” ตัดสินใจเปิดร้านอาหารจีนแบบ “หมาล่าทั่ง” ในวันที่ยังไม่มีใครนำตู้หมาล่าบาร์เข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ 8 ปีก่อนหน้า จนถึงวันนี้ธุรกิจอาหารจีนของ “แอมป์” ขยายขอบเขตจนกลายเป็นอาณาจักรร้านอาหารจีนภายใต้เครือ “SpicyCat F&B Group” พร้อมกับเป้าหมายพาธุรกิจเข้าตลาดหุ้น MAI ภายใน 3 ปีนับจากนี้
“แอมป์” ระบุว่า ที่ผ่านมาเทรนด์อาหารต่างชาติในไทยมีอาหารญี่ปุ่นเป็นเบอร์หนึ่งมาโดยตลอด รองลงมาเป็นอาหารเกาหลี และอาหารจีนเป็นลำดับถัดมา แต่ปัจจุบันและอนาคตคาดว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น “อาหารจีน” มีแนวโน้มแซง “อาหารเกาหลี” ในไม่ช้า สอดคล้องกับตัวเลขการท่องเที่ยวที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจเกาหลีน้อยลง “จีน” กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง แฟชั่นจีนก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพล บางแบรนด์เลือกไทยเป็น “First Store” นอกประเทศเป็นแห่งแรกด้วยซ้ำ