← Back to KHAO

‘ล่าเมียว’ ร้านจีนของคนไทย เตรียมเข้าตลาดหุ้นเดือนนี้ ปีหน้าดึง ‘เจลาโต้-เบเกอรี่จีน’ บุกไทย

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

‘ล่าเมียว’ ร้านจีนของคนไทย เตรียมเข้าตลาดหุ้นเดือนนี้ ปีหน้าดึง ‘เจลาโต้-เบเกอรี่จีน’ บุกไทย

นี่คือยุคสมัยของอาหารจีน! คุยกับ “แอมป์-รัตตรุจน์” ผู้ก่อตั้ง “ล่าเมียว” ขยายจากร้านหมาล่าบาร์ สู่อาณาจักร “SpicyCat F&B Group” วางเป้าเบอร์หนึ่งอาหารจีนในไทย เตรียมระดมทุน 25 ล้านบาทผ่านตลาด “LiVEx” อีก 3 ปีขยับสู่ “MAI” แง้มปีหน้าดึงเจลาโต้-เบเกอรี

Key facts

Summary

คนไทยรักอาหารญี่ปุ่นเป็นที่ประจักษ์ ชี้วัดจากจำนวนร้านค้าในไทยรวมถึงความนิยมในการไปเที่ยวญี่ปุ่นที่พอจะเป็นตัวชี้วัดได้ว่า แดนอาทิตย์อุทัยยังเป็น “Top Tier” ในใจคนไทยเสมอ แต่นานวันเข้าวัฒนธรรมที่หลั่งไหลผ่าน “Soft Power” ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ หรือแม้กระทั่งสินค้าความสวยความงาม ก็ทำให้ “เกาหลี” เริ่มเบียดความนิยมสูสีคู่คี่กับฝั่งญี่ปุ่น และปัจจุบัน “จีน”

กระแสความนิยมอาหารจีนค่อยๆ ก่อตัว จนทำให้ “แอมป์-รัตตรุจน์ ทองประดิษฐ์” ตัดสินใจเปิดร้านอาหารจีนแบบ “หมาล่าทั่ง” ในวันที่ยังไม่มีใครนำตู้หมาล่าบาร์เข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ 8 ปีก่อนหน้า จนถึงวันนี้ธุรกิจอาหารจีนของ “แอมป์” ขยายขอบเขตจนกลายเป็นอาณาจักรร้านอาหารจีนภายใต้เครือ “SpicyCat F&B Group” พร้อมกับเป้าหมายพาธุรกิจเข้าตลาดหุ้น MAI ภายใน 3 ปีนับจากนี้

“แอมป์” ระบุว่า ที่ผ่านมาเทรนด์อาหารต่างชาติในไทยมีอาหารญี่ปุ่นเป็นเบอร์หนึ่งมาโดยตลอด รองลงมาเป็นอาหารเกาหลี และอาหารจีนเป็นลำดับถัดมา แต่ปัจจุบันและอนาคตคาดว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น “อาหารจีน” มีแนวโน้มแซง “อาหารเกาหลี” ในไม่ช้า สอดคล้องกับตัวเลขการท่องเที่ยวที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจเกาหลีน้อยลง “จีน” กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง แฟชั่นจีนก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพล บางแบรนด์เลือกไทยเป็น “First Store” นอกประเทศเป็นแห่งแรกด้วยซ้ำ

Read full article at Krungthep Turakij →