← Back to KHAO

โสภณ รับไม่ได้เจออัดแรง ขี้ข้ารัฐบาล ท้ากลับฝ่ายค้าน ถ้าเห็นว่าผิดรธน. ก็ร้องเลย

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานสภา ที่มุ่งช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลว่า ตั้งแต่รับตำแหน่งเห็นการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านในแง่ลบมาตลอด เข้าใจว่าเป็นบทบาท แต่ข้อกล่าวหาแทบไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการใช้วาทกรรมต่างๆ เพื่อดิสเครดิตการทำงานของตนในการบริหารงานของสภา เป็นการทำการเมืองด้วยวาทกรรมเพื่อความสะใจ อย่างเรื่องการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานสภา ที่มุ่งช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลว่า ตั้งแต่รับตำแหน่งเห็นการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านในแง่ลบมาตลอด เข้าใจว่าเป็นบทบาท แต่ข้อกล่าวหาแทบไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการใช้วาทกรรมต่างๆ เพื่อดิสเครดิตการทำงานของตนในการบริหารงานของสภา เป็นการทำการเมืองด้วยวาทกรรมเพื่อความสะใจ อย่างเรื่องการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า

นายโสภณกล่าวต่อว่า จากนั้นฝ่ายค้านขอให้ตนทำหนังสือประสานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนก็ดำเนินการตามข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ โดยกำหนดเวลาอภิปรายตั้งแต่ 09.00-00.00 น. รวม 4 วัน และวันสุดท้ายให้อภิปรายก่อนเที่ยงคืน ก่อนลงมติในวันถัดไป สิ่งที่ตนบอกว่าผิดหวังและรู้สึกตลกคือ วันนั้นฝ่ายค้านขอบคุณและชื่นชมตนที่ใช้บารมีประธานสภาเข้ามาช่วยประสานเพื่อให้สภามีศักดิ์ศรี แต่หากตนเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาลจริง ก็สามารถบรรจุวาระในวันที่รัฐบาลพร้อมได้ทันที ฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือไม่ ก็ไม่เป็นอะไร

นายโสภณกล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นมาจากการร้องเรียนว่า การทำงานของกรรมาธิการ (กมธ.) ซ้ำซ้อน ทำให้ข้าราชการต้องทำงานหนัก เนื่องจากมี กมธ.ทั้งหมด 35 คณะ และยังมีการตั้งอนุ กมธ.อีกจำนวนมาก ตนเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี และต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญยังมีผู้ร้องเรียนว่าประธาน กมธ.ใช้อำนาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จึงต้องเรียกประชุมหารือ โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรปฏิบัติตามข้อบังคับ ซึ่งการจะนำเรื่องใดมาพิจารณาต้องสอบถามในที่ประชุมก่อนว่า

“แต่วันนี้กลับมีการกล่าวหาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการปิดปากและปิดกั้นการตรวจสอบ ทั้งที่หากต้องการปิดปากฝ่ายค้านจริง แต่ฝ่ายค้านก็ไม่ได้เป็นประธาน กมธ.ทุกคณะ และในสภาฝ่ายค้านจะเอาอะไรมาชนะ หากต้องใช้มติเป็นตัวตัดสิน จึงย้ำว่าประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่มติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การหารือด้วย” นายโสภณกล่าว

Read full article at Matichon →