Khaosod
‘โสภณ’ ฉะ ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้วาทกรรมดิสเครดิต เป็นขี้ข้ารัฐบาล พูดเอาหล่อ ป้ายสี ทำสภาตกต่ำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘โสภณ’ ฉะ ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้วาทกรรมดิสเครดิตกล่าวหาเป็นขี้ข้ารัฐบาล ฟาดพูดเอาหล่อ ใส่ร้ายป้ายสี ทำสภาตกต่ำ เตือนอย่าคิดว่าดีอยู่ฝ่ายเดียว ท้า หากเห็นว่าผิดรธน.ก็ร้องมา ลั่นล้ำเส้นหลายครั้งแล้ว ขู่ครั้งนี้อาจเจอกันในศาล
Key facts
- วันที่ 3 พ.ย.69 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานสภาฯ ที่มุ่งช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาลว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ตนเห็นการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านในแง่ลบมาตลอด
- ฝ่ายค้าน พับแผนยื่นอภิปรายทั่วไป ม.152 พริษฐ์ ลั่นข้อมูลหลักฐานพร้อมลุยซักฟอก
- ‘โสภณ’ ฉะ ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้วาทกรรมดิสเครดิตกล่าวหาเป็นขี้ข้ารัฐบาล ฟาดพูดเอาหล่อ ใส่ร้ายป้ายสี ทำสภาตกต่ำ เตือนอย่าคิดว่าดีอยู่ฝ่ายเดียว ท้า หากเห็นว่าผิดรธน.ก็ร้องมา ลั่นล้ำเส้นหลายครั้งแล้ว ขู่ครั้งนี้อาจเจอกันในศาล
- ไทยไม่ใช่ถังขยะโลก! ‘ทวี’ จี้ แก้ขยะพิษ ชี้ผลของทุจริตเชิงโครงสร้าง เอื้อนายทุน
Summary
เมื่อถามถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ถูกฝ่ายค้านมองว่าเป็นการยื้อเวลาออกไปนั้น นายโสภณ กล่าวว่า ตนชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า ฝ่ายค้านเป็นฝ่ายที่เจรจาไม่ลงตัว ก่อนจะขึ้นมาพบตน ทั้งที่วันนั้นตนมีภารกิจสำคัญต้องไปดำเนินการ แต่ตนเห็นความสำคัญของฝ่ายค้าน เมื่อฝ่ายค้านต้องการเจรจากับตน แล้ววันนั้นมากันครบทุกคน และขอร้องให้ตนเป็นตัวกลางเจรจากับรัฐบาล โดยเสนอว่าการอภิปราย 4 วัน ไม่จำเป็นต้องเป็นสัปดาห์ถัดไป จะเป็นวันใดก็ได้ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม
นายโสภณ กล่าวต่อว่า จากนั้นฝ่ายค้านขอให้ตนทำหนังสือประสานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนก็ดำเนินการตามข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ โดยกำหนดเวลาอภิปรายตั้งแต่ 09.00-00.00 น. รวม 4 วัน และวันสุดท้ายให้อภิปรายก่อนเที่ยงคืน ก่อนลงมติในวันถัดไป สิ่งที่ตนบอกว่าผิดหวังและรู้สึกตลกคือ วันนั้นฝ่ายค้านขอบคุณและชื่นชมตนที่ใช้บารมีประธานสภาฯ เข้ามาช่วยประสานเพื่อให้สภามีศักดิ์ศรี แต่หากตนเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาลจริง ก็สามารถบรรจุวาระในวันที่รัฐบาลพร้อมได้ทันที ฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือไม่
นายโสภณ กล่าวต่อว่า โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรปฏิบัติตามข้อบังคับ ซึ่งการจะนำเรื่องใดมาพิจารณาต้องสอบถามในที่ประชุมก่อนว่า สัปดาห์ถัดไปจะเชิญใครหรือจะนำเรื่องใดเข้าสู่การพิจารณา เมื่อมีการถกเถียงกันไปมา ตนจึงสรุปว่าเมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็ขอให้ฝ่ายกฎหมายของสภาไปตรวจสอบแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่างๆ จากนั้นฝ่ายปฏิบัติจึงได้จัดทำร่างระเบียบเสนอให้ตนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และตนก็เห็นชอบตามที่เลขาธิการสภาเสนอมา