iLaw
นัดพิพากษาคดีมาตรา 112 เดือนพฤศจิกายน 2569
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เดือนพฤศจิกายน 2569 ศาลมีนัดอ่านคำพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 5 คดีแบ่งเป็นคดีในชั้นฎีกา 2 คดี ชั้นอุทธรณ์ 1 คดีและในศาลชั้นต้น 2 คดี แม้พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขจะมีผลใช้บังคับแล้ว เริ่มมีจำเลยหรือผู้ต้องหาคดีทางการเมืองได้รับการนิรโทษกรรมด้วยผลของพ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะที่จำเลยคดีมาตรา 112 ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วยผลจากบทยกเว้นตามมาตรา 3 ของกฎหมายดังกล่าว จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 อย่างน้อย 294 คน
Key facts
- เดือนพฤศจิกายน 2569 ศาลมีนัดอ่านคำพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 5 คดีแบ่งเป็นคดีในชั้นฎีกา 2 คดี ชั้นอุทธรณ์ 1 คดีและในศาลชั้นต้น 2 คดี แม้พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขจะมีผลใช้บังคับแล้ว
- จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 อย่างน้อย 294 คน มีผู้ถูกคุมขังด้วยคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 33 คน นอกจากนี้จำนวนมากที่ต้องลี้ภัยทางการเมืองอยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีจำเลยคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 อีก 5
- 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09:30 น. ศาลจังหวัดนนทบุรี นัด ‘ต่อ’ (นามสมมติ) ฟังคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์ตามมาตรา 217 และทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358
- 22 พฤศจิกายน 2564 ‘ต่อ’ ถูกเข้า จับกุม ตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นห้องพักและตรวจยึดสิ่งของหลายรายการ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีหมายค้น
- 15 กุมภาพันธ์ 2565 พนักงานอัยการ สั่งฟ้อง ‘ต่อ’ สรุปใจความคำฟ้องว่า ‘ต่อ’ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราดบริเวณป้ายพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และจุดไฟจนเกิดเพลิงลุกลามติดแผ่นป้ายดังกล่าวได้รับความเสียหาย อันเป็นการดูถูกเหยียดหยาม
- 30 พฤศจิกายน 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดมาตรา 112, มาตรา 217 และมาตรา 358 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 112 จำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมา ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษ โดยลดโทษหนึ่งในสาม
Summary
เดือนพฤศจิกายน 2569 ศาลมีนัดอ่านคำพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 5 คดีแบ่งเป็นคดีในชั้นฎีกา 2 คดี ชั้นอุทธรณ์ 1 คดีและในศาลชั้นต้น 2 คดี แม้พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขจะมีผลใช้บังคับแล้ว เริ่มมีจำเลยหรือผู้ต้องหาคดีทางการเมืองได้รับการนิรโทษกรรมด้วยผลของพ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะที่จำเลยคดีมาตรา 112 ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วยผลจากบทยกเว้นตามมาตรา 3 ของกฎหมายดังกล่าว จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 อย่างน้อย 294 คน
4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09:30 น. ศาลจังหวัดนนทบุรี นัด ‘ต่อ’ (นามสมมติ) ฟังคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางเพลิงเผาทรัพย์ตามมาตรา 217 และทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ณ สวนหย่อมใต้ทางต่างระดับบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564
22 พฤศจิกายน 2564 ‘ต่อ’ ถูกเข้า จับกุม ตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นห้องพักและตรวจยึดสิ่งของหลายรายการ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีหมายค้น ต่อมาเขาถูกนำตัวมาให้การในชั้นสอบสวนและให้การรับสารภาพ ในวันถัดไปเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทกษัตริย์เพิ่มเติม ในส่วนนี้ ‘ต่อ’ให้การปฏิเสธ
15 กุมภาพันธ์ 2565 พนักงานอัยการ สั่งฟ้อง ‘ต่อ’ สรุปใจความคำฟ้องว่า ‘ต่อ’ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราดบริเวณป้ายพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และจุดไฟจนเกิดเพลิงลุกลามติดแผ่นป้ายดังกล่าวได้รับความเสียหาย อันเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ไม่แสดงความเคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ท้ายคำฟ้องระบุเพิ่มเติมว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดข้อหามาตรา 112 เพื่อประโยชน์แห่งความเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โจทก์จึงขอให้ศาลพิจารณาคดีเป็นการลับ