← Back to KHAO

“รมว.สุชาติ” ลุยอุดรฯ ผนึกกำลัง 5 จังหวัดอีสานตอนบน เร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกิน–ภัยแล้ง–สิ่งแวดล้อม สั่งเดินหน้าเชิงรุก ย้ำประชาชนต้องมาก่อน

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าว

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐบาล พร้อมบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

Key facts

Summary

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐบาล พร้อมบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ให้เร่งพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำบาดาล รวมถึงแหล่งน้ำในพื้นที่ให้มีความพร้อมใช้งาน สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เพื่อสร้างหลักประกันด้านน้ำอุปโภคบริโภคและบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งอย่างทั่วถึง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ต้นทาง ไม่รอให้ปัญหาลุกลามจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายสุชาติได้มอบแนวทางการทำงานแก่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน การขาดแคลนน้ำ และปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ทำงานแยกส่วน แต่ต้องประสานความร่วมมือและบูรณาการกำลังในพื้นที่ให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการจัดสรรพื้นที่ในเขตป่า ให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความมั่นคงในชีวิตและลดความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า

“การทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องมองความเดือดร้อนของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปัญหาใดที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ต้องเร่งเข้าไปดูแลและแก้ไข อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องรอคอยความช่วยเหลือ ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน ทำงานเชิงรุก มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรายงานผลการดำเนินงาน แต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และเห็นผลการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม”

Read full article at Thai Post →