Matichon
ทุ่ม 3.2 แสนล้าน! พิพัฒน์ สั่งลุย 78 โครงการคมนาคม อัดฉีด 5 จังหวัดอีสาน ตอนบน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
Key facts
- ทุ่ม 3.2 แสนล้าน! พิพัฒน์ สั่งลุย 78 โครงการคมนาคม อัดฉีด 5 จังหวัดอีสาน ตอนบน
- เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ท่าอากาศยานอุดรธานี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า
- การพัฒนาโครงข่ายระยะต่อไปจะปรับให้ระบบรางเป็นแกนหลักในการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้า ส่วนถนนจะทำหน้าที่เป็นโครงข่ายเชื่อมต่อ (Feeder) ในระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร เพื่อนำผู้โดยสารและสินค้าเข้าสู่ระบบราง
- ขณะเดียวกัน ให้ประสานสายการบินดูแลราคาบัตรโดยสารและเที่ยวบินเช่าเหมาลำในช่วงเทศกาลให้อยู่ในระดับเหมาะสม ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน และเอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว
Summary
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ท่าอากาศยานอุดรธานี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลย และหนองบัวลำภู รวม 78 โครงการ วงเงินกว่า 327,000 ล้านบาท ครอบคลุมการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ
สำหรับโครงการสำคัญ ได้ติดตามการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในปี 2571 พร้อมเร่งพัฒนาเส้นทางนครราชสีมา-อุบลราชธานี และบ้านไผ่-นครพนม ควบคู่กับการขยายทางหลวงสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร และพัฒนาถนนเชื่อมโยงจังหวัดและพื้นที่ชายแดน โดยตั้งเป้าขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปี 2576-2577
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะบูรณาการทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการตามแผน โดยให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าควบคู่กับมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนเดินทางและขนส่งสินค้าได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศในระยะยาว
การพัฒนาโครงข่ายระยะต่อไปจะปรับให้ระบบรางเป็นแกนหลักในการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้า ส่วนถนนจะทำหน้าที่เป็นโครงข่ายเชื่อมต่อ (Feeder) ในระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร เพื่อนำผู้โดยสารและสินค้าเข้าสู่ระบบราง พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำและทางอากาศให้ต่อเนื่องกัน รองรับการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค