← Back to KHAO

ปีนี้น้ำท่วม แต่ปีหน้าเสี่ยง ‘ร้อนแล้ง’? ส่องผลกระทบ ‘เอลนีโญ’ สะเทือน GDP-ธุรกิจไทย และทางรอดรับมือ ‘วิกฤตโลกรวน’

7 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

IMF Shaping the Future of Asia 19 Oct - 18 Nov 2026

ภาพของสายฝนที่เทกระหน่ำจนเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเวลานี้ อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าปัญหาน้ำล้นคือกวนใจหลักของเศรษฐกิจ ทว่าเมื่อกวาดสายตามองข้ามไปยังเส้นขอบฟ้าของปีหน้า สิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่กลับเป็นภาพตรงข้ามอย่างสุดขั้ว นั่นคือความเสี่ยงของภัยแล้งและอากาศร้อนจัดระลอกใหญ่ที่จ่อซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Key facts

Summary

คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกตคือ เหตุใดปีนี้น้ำท่วม แต่ปีหน้าจึงกลับตาลปัตรกลายเป็นภัยแล้ง ปรากฏการณ์นี้จะส่งแรงกระเพื่อมต่อ GDP และภาคธุรกิจไทยลึกซึ้งเพียงใด และภายใต้วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่มิอาจหลีกเลี่ยง ทุกภาคส่วนจะต้องปรับยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อประคองตัวให้อยู่รอด

หากจำแนกกลไกสภาพอากาศออกเป็น 3 กรอบเวลา จะพบว่าสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เกิดจากการบรรจบกันของปัจจัยระยะสั้น อย่างหย่อมความกดอากาศต่ำ พายุ และลมมรสุม เข้ากับปัจจัยระยะยาวจากภาวะโลกร้อน ขณะที่ภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่จะตามมาในปีหน้า เป็นผลพวงจากการขยับตัวของปัจจัยระยะกลางที่กินเวลาหลายเดือนถึงหนึ่งปีร่วมกับปัจจัยระยะยาว ซึ่งตัวการสำคัญในระยะกลางของรอบนี้ก็คือ ‘ปรากฏการณ์เอลนีโญ’ (El Niño)

ในมุมมองเชิงกายภาพ น้ำท่วมและภัยแล้งอาจดูเหมือนขั้วตรงข้ามที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ ทว่าในมิติของวิทยาศาสตร์สภาพอากาศ

Read full article at The Standard →