Thai Post
‘อนุทิน’ เปิดพืชสวนโลกอุดรฯ ปล่อยมุกฟ้าแลบ ‘สาบานไว้เยอะ’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกฯ เปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 หวังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเกษตรและนวัตกรรมระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้ประชาชน ยกระดับเศรษฐกิจภาคอีสาน พร้อมปล่อยมุกกลางเวทีหลังลมแรงฟ้าแลบ บอกต้องรีบเปิดงาน เพราะสาบานไว้เยอะ
Key facts
- เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.
- นายกฯ เปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 หวังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเกษตรและนวัตกรรมระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้ประชาชน ยกระดับเศรษฐกิจภาคอีสาน พร้อมปล่อยมุกกลางเวทีหลังลมแรงฟ้าแลบ บอกต้องรีบเปิดงาน เพราะสาบานไว้เยอะ
- 'เจเศรษฐ์' ลุยอุดรฯ รับมือภัยแล้ง กำชับประปาคุมคุณภาพน้ำ
- นายอนุทิน กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นงานระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ และจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 134 วัน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
- 'อนุทิน' ชูอุดรโมเดลพลัส กางแผนแก้ยาเสพติด ขออย่าตีตรารังเกียจผู้บำบัด
- นายกฯ วางศิลาฤกษ์ รพ.สถาบันพระบรมราชชนก อุดรฯ ชูเป้าผลิตหมอ-พยาบาลเสริมแกร่งสาธารณสุขไทย
Summary
นายอนุทิน กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นงานระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ และจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 134 วัน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก พร้อมแสดงศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของไทย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะทูตานุทูตเข้าร่วมงาน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า มหกรรมครั้งนี้จึงเป็นพื้นที่ให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความเชื่อมโยงและความร่วมมือ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาตลาดและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต