Matichon
ตำรวจภูเก็ต เปิดปฏิบัติการ ทลายนอมินีราไวย์ โยงธุรกิจ 2 กลุ่ม รวม 6 บริษัท มูลค่ากว่า 100 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายนอมินีในพื้นที่ สภ.ฉลอง เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีราไวย์” ตรวจค้น 5 จุด เชื่อมโยงธุรกิจ 2 กลุ่ม ทั้งโรงเรียนนานาชาติและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เชื่อมโยง 6 บริษัท ประเมินมูลค่าทางธุรกิจเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายผลถึงผู้ลงทุนและตัวแทนนอมินี
Key facts
- เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายนอมินีในพื้นที่ สภ.ฉลอง เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีราไวย์”
- เครือข่ายที่สอง ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลสัญชาติฝรั่งเศส พบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทย 4 ราย ถือหุ้นหรือจัดตั้งบริษัทแทน โดยอาจไม่ได้ร่วมลงทุนหรือมีอำนาจบริหารกิจการอย่างแท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง
- พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยผลปฏิบัติการ “ทลายนอมินีราไวย์”
- เครือข่ายแรก ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ ISP พบความเชื่อมโยงของ 2 บริษัท มีพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างการถือหุ้นเพื่ออำพรางการควบคุมกิจการของคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง จึงรวบรวมพยานหลักฐานร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต
Summary
พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เน้นย้ำว่า ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการนอมินีอย่างจริงจัง โดยไม่หยุดเพียงการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นในเอกสาร แต่จะสืบสวนขยายผลถึงผู้ลงทุน ผู้ควบคุมกิจการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมดำเนินคดีตามพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาดและเป็นธรรม
พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยผลปฏิบัติการ “ทลายนอมินีราไวย์” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 8 ที่มุ่งปราบปรามขบวนการนอมินี หรือการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยมอบหมายให้ สภ.ฉลอง ภายใต้การอำนวยการของ ผกก.สภ.ฉลอง ดำเนินการสืบสวนและเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต
พร้อมฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือการประกอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป