OpenAI · Khaosod
หนี้สาธารณะเนปาลทะลุ 6 แสนล้าน คิดเป็น 45% ของจีดีพี-เผชิญวิกฤตหลายครั้ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หนี้สาธารณะเนปาลทะลุ – ซินหัว รายงานว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของเนปาล เปิดเผยว่าหนี้สาธารณะของ ประเทศเนปาล พุ่งสูงกว่า 3 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 663,000 ล้านบาท) เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
Key facts
- หนี้สาธารณะเนปาลทะลุ – ซินหัว รายงานว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของเนปาล เปิดเผยว่าหนี้สาธารณะของ ประเทศเนปาล พุ่งสูงกว่า 3 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 663,000 ล้านบาท) เป็นครั้งแรก
- เมื่อปีงบประมาณ 2559-2560 เนปาลมีหนี้สาธารณะเพียง 697,000 ล้านรูปีเนปาล (ราว 154,000 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 26.84 ของจีดีพีในขณะนั้น แต่หลังจากที่เนปาลต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินสาธารณะเพื่อใช้เป็นงบประมาณในการฟื้นฟูบูรณะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว
- ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงกว่าระดับ 1 ล้านล้านรูปี (ราว 221,000 ล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2561-2562 และยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีถัดมา
- ข้อมูลสถิติล่าสุดจากสำนักงานระบุว่าตัวเลขหนี้สาธารณะกว่า 3 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 665,000 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 45.59 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยประกอบด้วยหนี้ต่างประเทศร้อยละ 53.13 และหนี้ภายในประเทศอีกร้อยละ 46.87
- เตือน พบไมโครพลาสติกปนเปื้อนใน 2 อาหารเช้ายอดนิยม นักวิทย์ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด
- Nyatapola Temple and Bhaktapur city stand before a mountain range in Bhaktapur, Nepal, Tuesday, Oct
Summary
ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงกว่าระดับ 1 ล้านล้านรูปี (ราว 221,000 ล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2561-2562 และยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีถัดมา
ข้อมูลสถิติล่าสุดจากสำนักงานระบุว่าตัวเลขหนี้สาธารณะกว่า 3 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 665,000 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 45.59 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยประกอบด้วยหนี้ต่างประเทศร้อยละ 53.13 และหนี้ภายในประเทศอีกร้อยละ 46.87 เมื่อนับถึงสิ้นไตรมาสแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน (2569/2570) ซึ่งเริ่มขึ้นช่วงกลางเดือนก.ค.
เนื่องจากเนปาลต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินทั้งจากภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อปี 2558 และการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)