กระทรวงการต่างประเทศ
พิธีลงนามความตกลงระหว่างไทยกับตองกาว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พิธีลงนามความตกลงระหว่างไทยกับตองกาว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ
Key facts
- เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าชายทูโพโทอา อูลูคาลาลา มกุฎราชกุมารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรตองกา
- พิธีลงนามความตกลงระหว่างไทยกับตองกาว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ
- วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ: อีเมล [email protected]
- เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA ** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป
Summary
การลงนามความตกลงครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับตองกา โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนการเยือนทางราชการและขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการที่มีอายุใช้ได้ของทั้งสองฝ่ายจะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเดินทางเข้า-ออก แวะผ่าน และสามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 180 วันนับแต่วันที่เดินทางเข้าดินแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าชายทูโพโทอา อูลูคาลาลา มกุฎราชกุมารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรตองกา ลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรตองกาว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศและคณะผู้แทนฝ่ายตองกาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ก่อนพิธีลงนาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือทวิภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับตองกาในด้านต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา การท่องเที่ยว และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงประเด็นภูมิภาคที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน อาทิ บทบาทของประเทศมหาอำนาจ นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันแด่มกุฎราชกุมารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรตองกาในโอกาสดังกล่าวด้วย