กระทรวงการต่างประเทศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมภาคธุรกิจกรอบความร่วมมือแม่โขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 14
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมภาคธุรกิจกรอบความร่วมมือแม่โขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 14
Key facts
- Eui-hae Chung, Deputy Minister กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน และ Mr
- ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสนี้ H.E
- Sang Jun Lee รองประธานสมาคมการค้าระหว่างประเทศเกาหลี (Korea International Trade Association: KITA) ร่วมกล่าวในพิธีเปิด
- วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ: อีเมล [email protected]
Summary
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือกรอบลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีพลวัตสูง โดยเน้นย้ำการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ควบคู่กับธรรมาภิบาล AI เพื่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียว
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมภาคธุรกิจกรอบความร่วมมือแม่โขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 14 (14th Mekong-Republic of Korea Business Forum) ที่กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “Strengthening Mekong-ROK Economic Cooperation through AI-driven Innovation” ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสนี้ H.E. Ms.
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ การหารือมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ธรรมาภิบาลด้าน AI นวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพอัจฉริยะ และการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรับมือกับความท้าทายร่วมกันของภูมิภาค