Thai Post
ภาษีหุ้น-นิรโทษ-ล้างมลทิน ‘ทักษิณ’ หวังทางสุนัขลอด! 1.7 หมื่นล้าน เส้นตาย มี.ค. 2570
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เขาคิดว่ามีรูมีช่องว่างอยู่ มีรูหมาลอดอยู่ ตรงเรื่องคำสั่ง คมช. ...และใครจะได้นิรโทษหรือไม่ตามที่กฎหมายเขียนไว้ กฎหมายไม่ได้ให้ศาลตัดสิน เพราะกฎหมายให้มีคณะกรรมการ ซึ่งแม้ติดคุกอยู่ก็ร้องมาให้คณะกรรมการพิจารณาได้..ให้ขึ้นกับคน คือคณะกรรมการ 9 คน นอกจากจะเห็นว่ามีรูหมาลอดแล้ว ก็ยังคิดว่ามีคนที่อาจจะคุยได้
Key facts
- ตอนเราเป็น คตส. เรื่องภาษีของนายทักษิณ ประเด็นแรกที่เราตรวจก็คือว่าควรจะเสียภาษีหรือไม่ มีการขายหุ้น 49% ให้เทมาเส็กสิงคโปร์ 73,000 ล้านบาท แล้วก็ไม่เสียภาษี ซึ่งอันนี้ถูกตรงนี้ถูก เพราะเป็นการขายในตลาดโดยบุคคลธรรมดา
- เรื่องก็เดินหน้ามาจนเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ก็เกิดการตัดสินใจที่จะรวมหุ้นขายเทมาเส็ก โอเคถ้าที่ถือ 39% ในนามบุคคลธรรมดา ก็ขายตรงไม่เสียภาษีโดยบุคคลคนธรรมดา แต่ถ้าขายโดยแอมเพิลริชให้เทมาเส็กในตลาด (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี
- เขาคิดว่ามีรูมีช่องว่างอยู่ มีรูหมาลอดอยู่ ตรงเรื่องคำสั่ง คมช. ...และใครจะได้นิรโทษหรือไม่ตามที่กฎหมายเขียนไว้ กฎหมายไม่ได้ให้ศาลตัดสิน เพราะกฎหมายให้มีคณะกรรมการ ซึ่งแม้ติดคุกอยู่ก็ร้องมาให้คณะกรรมการพิจารณาได้..ให้ขึ้นกับคน
- ทักษิณจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้าน คดีหมดอา ยุ ความ มี.ค. ปีหน้า !
- กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ 2 กรณีที่ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินให้จ่ายภาษี 17,000 ล้าน โดยก่อนหน้านี้ศาลเคยยึดทรัพย์ไปแล้ว 46,000 ล้าน ที่นายทักษิณก็บอกเฮ้ย ยึดไปแล้ว แล้วมาเก็บภาษีเงินได้อีกได้อย่างไร อันนี้เป็นข้อต่อสู้ที่ 2 ซึ่งอันนี้ตอนพวกเราเป็น
- ในคดีที่นายทักษิณไปยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอากรกลางที่เป็นคดีเวลานี้ ฝ่ายทักษิณไปยื่นต่อศาลว่าการจะให้ชำระภาษี17,000 ล้านดังกล่าวมีความซ้ำซ้อน เพราะเคยยึดทรัพย์เขาไปแล้ว เลยบอกว่าเป็นผลไม้พิษ แล้วก็ขอคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งถ้าศาลให้
Summary
เรื่องก็เดินหน้ามาจนเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ก็เกิดการตัดสินใจที่จะรวมหุ้นขายเทมาเส็ก โอเคถ้าที่ถือ 39% ในนามบุคคลธรรมดา ก็ขายตรงไม่เสียภาษีโดยบุคคลคนธรรมดา แต่ถ้าขายโดยแอมเพิลริชให้เทมาเส็กในตลาด (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะหากเป็นการขายโดยนิติบุคคลจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะฉะนั้นหุ้นแอมเพิลริช 10% จึงต้องทำให้กลายเป็นหุ้นของโอ๊ค-เอม แต่เขามีชื่อเป็นเจ้าของ เป็นกรรมการบริษัท ก็เลยให้แอมเพิลริชขายหุ้น 10% ดังกล่าวให้กับกรรมการบริษัทคือโอ๊ค-เอม หุ้นละ 1 บาท
จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากร เป็นจำเลย ต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของกรมสรรพากร จำเลย ที่ให้อายัดทรัพย์สินและประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ เพื่อนำมาชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่จำเลยแจ้งการประเมินภาษีที่ค้างชำระ จำนวน 17,493,608,086.96 บาท ตามคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร กรณีการขายหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยศาลภาษีอากรกลางได้มีการไต่สวนคดีไปเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา และศาลภาษีอากรกลางนัดฟังคำสั่ง
เพราะฉะนั้นมาถึงยุค คมช. สิ่งที่เขาทำคือเป็นแค่เพียงว่าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ตรวจสอบแล้วหากเห็นว่ามีมูลก็ส่งให้ผู้รับผิดชอบไปทำงาน ถ้าเป็นเรื่องภาษีเราก็ดูประมวลรัษฎากร เราไม่ได้คิดว่าจะต้องเก็บเขาให้ได้ เราก็ตรวจสอบว่าประมวลรัษฎากรมีภาษีที่ต้องเสียหรือไม่ ถ้าเราเห็นว่าต้องเสียภาษีก็ส่งกรมสรรพากร โดยกรมสรรพากรอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ หรือถ้าสรรพากรเห็นด้วย ฟ้องศาล ศาลจะเอาด้วยหรือไม่ก็ได้