← Back to KHAO

ทลายบริษัททุเรียน เจ้าของคนจีน สวมชื่อลูกจ้างจดทะเบียน ทำถูกตัดสิทธิ‘บัตรคนจน’ไม่รู้ตัว

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สภ.หลังสวน และ พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และตำรวจ สภ.หลังสวน นำหมายค้นเข้า ตรวจสอบบริษัท แห่งหนึ่งใน หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อสงสัยการใช้บุคคลสัญชาติไทย เป็นตัวแทนถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สภ.หลังสวน และ พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และตำรวจ สภ.หลังสวน นำหมายค้นเข้า ตรวจสอบบริษัท แห่งหนึ่งใน หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อสงสัยการใช้บุคคลสัญชาติไทย เป็นตัวแทนถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

นายเจริญพรยืนยันว่าเคยเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัท และลาออกไปนานแล้ว แต่กลับมีชื่อปรากฏในทะเบียนนิติบุคคลในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จนกลายเป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นชนวนให้ตำรวจเดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างจริงจัง

จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท พบผู้ถือหุ้น 2 ราย ได้แก่ นายเจริญพร ถือหุ้น 51% และ MR. LI HINHAO หรือ นายหลี ซินฮ่าว สัญชาติจีน ถือหุ้น 49% ขณะที่ลักษณะการประกอบกิจการเป็นธุรกิจรับซื้อและจำหน่ายทุเรียน ทั้งขายส่งและขายปลีกภายในประเทศ โดยไม่ได้ส่งออกไปต่างประเทศด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเข้าข่ายธุรกิจตามบัญชีสาม ท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ข่าวแจ้งว่า คดีดังกล่าวถือเป็นอีกกรณีที่ต้องจับตา เพราะข้อร้องเรียนไม่ได้จบแค่การใช้ชื่อบุคคลอื่นในทะเบียนบริษัท แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของอดีตลูกจ้างที่ต้องสูญเสียสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่ปมโครงสร้างผู้ถือหุ้นและที่ดินมูลค่า 57 ล้านบาท ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบให้กระจ่าง ซึ่งตำรวจจะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้ประกอบธุรกิจและผู้ถือหุ้นที่แท้จริง รวมถึงมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่

Read full article at Matichon →