Prachachat
เปิด 2 มุมคิด ปมรื้อภาษีจัดสรร 4 กองทุน ดึงเงินเข้าคลังหรือคงอิสระ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- ข้อเสนอแก้กฎหมายยกเลิกภาษีจัดสรรเฉพาะ 4 กองทุน รวมราว 1.4 หมื่นล้านบาท จุดประเด็นถกเถียงเรื่องวินัยการคลังและความเป็นอิสระขององค์กรสาธารณะ ด้าน Thai PBS ห่วงเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายปี กระทบเสรีภาพสื่อ ขณะที่นักวิชาการชี้กฎหมายเดิมยังรองรับ
- ซึ่งปัจจุบันมี 4 กองทุนที่ได้รับภาษีจัดสรรเฉพาะ ได้แก่ ไทยพีบีเอส, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย คิดเป็นงบประมาณรวมราว 14,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.4
- ฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสระบุว่า แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 องค์กรจะประสบภาวะขาดทุนจากการลงทุนในช่อง ALTV และโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ในปีที่ผ่านมาสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยเดือนละ 16 ล้านบาท
- เปิดหลักการฝั่งรัฐบาล เสนอดึงเงินเข้าคลังกลาง
- นักวิชาการชี้ไม่ขัดวินัยการคลัง เสนอโมเดล “เพดานรายได้”
Summary
### ขนาดตัวอักษร
ทั้งนี้ ผู้บริหารไทยพีบีเอส ระบุว่า หากเปลี่ยนระบบงบประมาณไปพึ่งพารัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระทางการเงิน เสรีภาพในการรายงานข่าวตรวจสอบรัฐบาล และต้องเข้าสู่กระบวนการต่อรองงบประมาณในชั้นสภา
คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนกรณีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการจัดเก็บภาษีจัดสรรเฉพาะ (Earmarked Tax) ของ 4 องค์กรและกองทุนสาธารณะ โดยมีผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) นักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาสังคม เข้าร่วมชี้แจง
การเสนอแก้ไขกฎหมายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเอกภาพและวินัยทางการเงินการคลัง โดยเปลี่ยนแหล่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีจัดสรรเฉพาะ ไปเป็นการจัดสรรผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั่วไป