The Standard
รายงานแอมเนสตี้ชี้ บริษัท รปภ.ที่ใกล้ชิดการเมืองกัมพูชา ตัวการเอื้อเครือข่ายสแกมเมอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยในรายงานฉบับใหม่ว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนในกัมพูชาที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ตำรวจ และเครือข่ายธุรกิจที่ทรงอิทธิพลของประเทศ มีส่วนทำให้อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การทรมาน และการเป็นทาส ยังคงดำเนินต่อไปได้
Key facts
- เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยในรายงานฉบับใหม่ว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนในกัมพูชาที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ตำรวจ และเครือข่ายธุรกิจที่ทรงอิทธิพลของประเทศ
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีบทบาทสำคัญในการกักขังและการละเมิดสิทธิ
- บริษัท 5 แห่งเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 23 แห่ง
- หลังจากรัฐบาลเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างในเดือนกรกฎาคม 2568 การดำเนินงานของศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ดูเหมือนจะหยุดลงในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลไม่พบข้อมูลว่ามีการสืบสวนบริษัทรักษาความปลอดภัยทั้ง 5 แห่งที่รายงานนำเสนอ
- ก่อนเผยแพร่รายงาน ทางการกัมพูชาตอบกลับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โดยระบุว่า ได้ลงโทษทางวินัยตำรวจ 77 นายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์
Summary
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีบทบาทสำคัญในการกักขังและการละเมิดสิทธิ
รายงาน ‘ธุรกิจในเครื่องแบบ: บริษัทรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่รัฐในศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา’ (Official Business: Security companies and authorities at scamming compounds in Cambodia) ระบุถึง บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่งที่ดูแลศูนย์สแกมเมอร์ พร้อมอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทเหล่านี้กับทหาร ตำรวจ และชนชั้นนำทางธุรกิจของกัมพูชา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังระบุตัวทหารและตำรวจหลายคนที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ฝึกอบรม
แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้รอดชีวิตจากศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ได้เล่าว่า พบทหารหรือตำรวจกัมพูชาอยู่ภายในศูนย์ แต่เราไม่สามารถตรวจสอบยืนยันคำบอกเล่าเหล่านั้นได้อย่างเป็นอิสระ จนกระทั่งวันนี้