MGR Online
“สหรัฐฯ” กวาดล้าง "ทัวร์จีน" แอบเข้ามาคลอดลูกในอเมริกาหวังได้สัญชาติ ยกเลิกฟรีวีซ่าเข้า “ดินแดนหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมารินา” มีผลบังคับใช้วันนี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เอเจนซีส์ – สหรัฐฯสั่งยกเลิกโครงการฟรีวีซ่าพลเมืองจีนบินเข้าดินแดนหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมารินา (Northern Mariana Islands )ใกล้หมู่เกาะกวมฐานทัพทางการทหารอเมริกา มีผลบังคับใช้วันนี้(30 ต.ค)หลังพบใช้ฟรีวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อมาคลอดบุตรในดินแดนสหรัฐฯเ
Key facts
- ฟ็อกซ์นิวส์ชี้ว่า คำสั่งมัลลินที่มีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ 31 ต.ค ต้องการกวาดล้างการท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตรให้ได้สัญชาติอเมริกันที่เป็นนิยมในหมู่ชาวจีนที่มีฐานะ
- โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฟรีวีซ่า 14 วันเกิดขึ้นเมื่อปี 2024 และบังคับใช้ในปีถัดมาเพื่อทำให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจดินแดนหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมารินา มีพลเมืองจีนไม่ต่ำกว่า 3,000 คนในปี 2025 อ้างอิงจากกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ
- รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กวาดล้างการเข้าท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตรให้ได้สัญชาติ โดยหน่วยงานพิเศษของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ส.ค ที่ผ่านมาได้สั่งถอนวีซ่าต่างชาติร่วม 750
- ในคำสั่งที่ออกมาจากกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯอ้างความวิตกไปถึงความมั่นคงว่า โครงการฟรีวีซ่า 14 วันหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมารินานี้อาจเอื้อต่อการท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตรในอเมริกาเพื่อให้เด็กได้สัญชาติ(birth tourism) การจารกรรมลับ
- การยุติฟรีวีซ่าจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯในวันศุกร์(30) ที่จะมีผลกับผู้สมัครใหม่และนักท่องเที่ยวที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
- นักท่องเที่ยวจีนที่เข้าข่ายได้วีซ่าฟรีโดยไม่ต้องผ่านสถานกงสุลสหรัฐฯนั้นต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานสุลกากรและการปกป้องพรมแดนสหรัฐฯ CBP แล้วก่อนหน้า
Summary
เอเจนซีส์ – สหรัฐฯสั่งยกเลิกโครงการฟรีวีซ่าพลเมืองจีนบินเข้าดินแดนหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมารินา (Northern Mariana Islands )ใกล้หมู่เกาะกวมฐานทัพทางการทหารอเมริกา มีผลบังคับใช้วันนี้(30 ต.ค)หลังพบใช้ฟรีวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อมาคลอดบุตรในดินแดนสหรัฐฯเพื่อได้สัญชาติอเมริกันรวมไปถึงความวิตกกังวลด้านความมั่นคงประเทศด้านจารกรรมลับ ฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐฯรายงานวันอังคาร(27 ต.ค)ว่า รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ มาร์คเวย์น มัลลิน (Markwayne Mullin)